Saturday, January 17, 2026
28.9 C
Bangkok

ทำความรู้จัก Alibaba ยักษ์ใหญ่ดิจิทัลที่กำลังปั้นอนาคต AI และคลาวด์ในไทย

ถ้าพูดถึงชื่อ “Alibaba” คุณจะนึกถึงอะไร? สำหรับผม มันไม่ใช่แค่อีคอมเมิร์ซ แต่เป็นการเดินทางที่น่าทึ่งของบริษัทยักษ์ใหญ่จากจีนที่ไม่หยุดนิ่งในการเปลี่ยนแปลงโลกธุรกิจดิจิทัล วันนี้ผมจะเล่าให้ฟังถึงภาพรวมธุรกิจของ Alibaba, ความสำเร็จที่กวาดตลาดอีคอมเมิร์ซ, การขยายตัวของคลาวด์คอมพิวติ้ง รวมถึงกลยุทธ์ที่น่าสนใจซึ่งน่าจะทำให้พวกเรานักลงทุนไทยต้องตามติดอย่างใกล้ชิด

ภาพรวมธุรกิจของ Alibaba
จากจุดเริ่มต้นที่เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์สำหรับธุรกิจถึงธุรกิจ (B2B) มาวันนี้ Alibaba กลายเป็นระบบนิเวศที่ครอบคลุมทั้งอีคอมเมิร์ซผู้บริโภค (B2C), ตลาดผู้บริโภครายบุคคล (C2C), การชำระเงินผ่าน Alipay, ไปจนถึงคลาวด์เซอร์วิสและบันเทิงดิจิทัล การเติบโตนี้สะท้อนชัดในรายงานผลประกอบการล่าสุด (ไตรมาส 2 ปี 2025) ที่ระบุว่า รายได้โดยรวมของบริษัทเพิ่มขึ้น 2% แต่สิ่งที่โดดเด่นคือตัวเลขรายรับของ Alibaba Cloud ที่พุ่งขึ้นสูงถึง 26% จากการนำ AI เข้ามาใหม่ๆ

ความสำเร็จในตลาดอีคอมเมิร์ซ
ตลาดอีคอมเมิร์ซจีนยังเต็มไปด้วยการแข่งขันและกฎระเบียบที่เข้มงวด แต่ Alibaba สามารถรักษาตำแหน่งด้วยแบรนด์ Taobao และ Tmall ที่หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปด้วยความน่าเชื่อถือและระบบนิเวศน์ที่ตอบสนองได้ไว การเติบโตต่อเนื่องนี้ทำให้ Alibaba กลายเป็นผู้นำที่ใครๆ ก็จับตามอง

คลาวด์คอมพิวติ้งกับ AI ที่เป็นจุดเปลี่ยน
เดี๋ยวนี้การลงทุนหนักของ Alibaba อยู่ที่ Alibaba Cloud ซึ่งมุ่งเน้นที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาโมเดล AI ที่มีขนาดใหญ่ (เช่น Qwen3 ที่มีพารามิเตอร์ 235 พันล้านตัว) และการขยายโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ทั่วโลก ตั้งแต่ศูนย์ข้อมูลในประเทศจนถึงต่างประเทศ เช่น การตั้งศูนย์ข้อมูลแห่งที่สองในไทย เพื่อรองรับความต้องการตลาดดิจิทัลที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ยังมีแผนลงทุนกว่า 380 พันล้านหยวนใน AI และเทคโนโลยีล้ำสมัยอื่น ๆ ในปี 2025

กลยุทธ์การขยายเข้าสู่ตลาดโลก
Alibaba ไม่ได้หยุดแค่ภายในจีน แต่ยังเดินหน้าสู่ตลาดโลกด้วยการสร้างระบบนิเวศ AI ที่เข้มแข็ง ผ่านการฝึกอบรมบุคลากรมืออาชีพในวงการ AI กว่าหนึ่งแสนคนต่อปี และการสร้างพันธมิตรกว่า 500 รายทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไทย ที่ตอนนี้ Alibaba Cloud เริ่มตั้งศูนย์ข้อมูลเพื่อรองรับความต้องการด้านดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

นักลงทุนไทยควรให้ความสนใจอย่างไร?
โอกาสของนักลงทุนไทยเกิดขึ้นจากความเข้มแข็งของ Alibaba ในการผสมผสานเทคโนโลยี AI กับตลาดอีคอมเมิร์ซและคลาวด์คอมพิวติ้งที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การขยายตัวในประเทศไทยผ่านศูนย์ข้อมูลช่วยให้ Alibaba ตอบโจทย์ธุรกิจท้องถิ่นและสร้างรายได้ใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นโมเมนตัมที่น่าติดตามสำหรับการลงทุนในระยะยาว

สรุปแล้ว Alibaba ไม่ใช่แค่บริษัทเทคโนโลยีหรืออีคอมเมิร์ซทั่วไป แต่เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ในยุคดิจิทัล ที่ผสมผสานความคิดริเริ่มทางธุรกรรมออนไลน์กับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีระดับโลก ใครที่ติดตามอย่างใกล้ชิดวันนี้ จะเห็นโอกาสดี ๆ อยู่ตรงหน้า พร้อมรับมือกับความท้าทายที่จะมาถึงในตลาดที่กลายเป็นเวทีแข่งขันของโลกยุคใหม่

ข้อมูลอ้างอิง:
1. Alibaba’s June Quarter 2025 Results: A Turning Point for E-commerce & Cloud Reinvestment – AInvest [https://www.ainvest.com/news/alibaba-june-quarter-2025-results-turning-point-commerce-cloud-reinvestment-2508/]
2. Alibaba Cloud’s Strategic AI and Cloud Ecosystem Expansion in 2025 – AInvest [https://www.ainvest.com/news/alibaba-cloud-strategic-ai-cloud-ecosystem-expansion-2025-catalyst-global-dominance-2508/]
3. Alibaba Cloud Establishes Second Data Center in Thailand – Alibaba Cloud [https://www.alibabacloud.com/en/press-room/establish-second-data-center-in-thailand?_p_lc=1]

คำชี้แจง

เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้สร้างขึ้นโดย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากระบบ AI ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและงานวิจัยล่าสุดแบบ Real-time อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในการทำความเข้าใจข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะถูกสร้างโดยมนุษย์หรือ AI ก็ตาม

ทีมงาน NowTrd.com มุ่งมั่นที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือเพื่อมอบข้อมูลที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้อ่านทุกท่านอย่างมีความรับผิดชอบต่อความถูกต้อง หากพบข้อผิดพลาดหรือจุดบกพร่องใดๆ โปรดแจ้งให้เราทราบที่ [email protected] เพื่อร่วมพัฒนาเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ

Hot this week

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

Topics

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

PMI/ISM อ่านอย่างไร คู่มืออ่านดัชนีผู้จัดการจัดซื้อสำหรับเทรดเดอร์

PMI/ISM ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ที่โผล่ในปฏิทินเศรษฐกิจเดือนละครั้ง แต่คือเสียงจากผู้จัดการจัดซื้อที่อยู่หน้าโรงงานและออฟฟิศจริงๆ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่า PMI คืออะไร ISM ต่างจาก PMI เจ้าอื่นอย่างไร กลไก 50 จุดแปลว่าอะไร รวมถึงวิธีอ่าน PMI/ISM แบบทีละขั้นสำหรับเทรดเดอร์ทองและ Forex ที่ต้องการมองเกมเศรษฐกิจให้ขาดกว่าเดิม

ลูปจัดการอารมณ์ที่กั้นระหว่างเทรดเดอร์รอดกับพอร์ตพัง

ส่วนใหญ่พอร์ตไม่ได้พังเพราะกราฟ แต่พังเพราะเทรดเดอร์ไม่เคยรู้เลยว่า ช่วงไหน “ระบบคุมมือ” ช่วงไหน “อารมณ์คุมมือ”ไม้ที่เข้าเพราะ FOMO ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม้ปกติ แค่เห็นกราฟวิ่ง เห็นคนอื่นโชว์กำไร ก็รีบกดโดยไม่ทันเช็ก RR...

หลายครั้งไม่ได้แพ้ที่ “ทิศทางราคา” แต่แพ้ที่ “เหตุผลในการเข้าไม้”

ฝั่งหนึ่งเข้าเพราะกลัวตกรถ ราคาไปทางไหนก็วิ่งตาม อีกฝั่งหนึ่งเข้าเพราะรู้ชัดว่า ตรงนี้คือโซนได้เปรียบของตัวเอง Risk/Reward คุ้ม และยอมรับผลลัพธ์ได้ถ้าเราเคยไล่ซื้อทุกแท่งเขียว เคยเห็นคนอื่นกำไรแล้วทนไม่ได้ เคยเข้าตามฟีลโดยไม่รู้จุดตัดขาดทุน แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแบบ “แมงเม่า / นักพนัน” อยู่เงียบ ๆแต่...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img