Saturday, January 17, 2026
29.9 C
Bangkok

เข้าใจดัชนี VIX เครื่องมือวัดความกลัวที่นักลงทุนต้องรู้

ถ้าพูดถึงเรื่องการลงทุนในตลาดหุ้น สิ่งหนึ่งที่นักลงทุนทุกคนไม่อาจมองข้ามได้เลยก็คือความผันผวนของตลาดหรือความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในทุกช่วงเวลาของการเทรด ซึ่งดัชนี VIX หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ดัชนีความผันผวนตลาด” มักจะถูกกล่าวถึงว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจความกังวลและความเสี่ยงของตลาดหุ้นในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างชัดเจนและรวดเร็ว

ดัชนี VIX คืออะไร? บอกเลยว่ามันไม่ใช่แค่ตัวเลขธรรมดา ๆ แต่มันเป็นดัชนีที่สะท้อนการคาดการณ์ความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐฯในช่วง 30 วันข้างหน้า โดยใช้ข้อมูลจากตัวเลือกหุ้น (Options) ของดัชนี S&P 500 เป็นฐานในการคำนวณ ซึ่งทำให้ VIX ถูกมองว่าเป็น ‘barometer’ หรือมาตรวัดความกลัวของนักลงทุนในตลาดหุ้น เพราะว่าถ้าค่า VIX สูงขึ้นก็แปลว่านักลงทุนค่อนข้างกังวลกับความไม่แน่นอนในตลาด และถ้าค่า VIX ต่ำ ก็หมายความว่าความกังวลใจนั้นลดลง

แล้วทำไมมันถึงสำคัญนักล่ะ? นอกจากการดูเป็นตัวบ่งชี้ความกลัวในตลาดแล้ว VIX ยังใช้เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะถ้านักลงทุนรู้วิธีใช้ดัชนีนี้ จะช่วยให้สามารถปรับสัดส่วนสินทรัพย์ในพอร์ตให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงในช่วงเวลานั้น ๆ รวมไปถึงการใช้เทคนิคการ Hedging และการตั้ง Stop Loss เพื่อป้องกันการเสียหายจากความผันผวนที่รุนแรง

เจาะลึกระบบการคำนวณดัชนี VIX
โดยทางเทคนิคแล้ว VIX มาจากการคำนวณอัตราผันผวนที่คาดการณ์ล่วงหน้าจากราคาของ Options สองประเภทคือ Calls และ Puts ของดัชนี S&P 500 ซึ่งสะท้อนว่าตลาดคาดว่าจะมีความผันผวนมากน้อยแค่ไหนใน 30 วันข้างหน้า (ค่า VIX ยิ่งสูงยิ่งแสดงว่าตลาดคาดการณ์ความผันผวนมาก)

ดัชนีนี้จะมีการอัปเดตแบบเรียลไทม์ในทุกๆ วันที่ตลาดเปิดทำการ ทำให้ข้อมูลที่ได้มีความสดใหม่และทันเวลาที่สุดสำหรับการวิเคราะห์และตัดสินใจ

วิธีการใช้ VIX ในการบริหารความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน

1. ปรับสัดส่วนสินทรัพย์ (Asset Allocation)
เมื่อดัชนี VIX สูงขึ้น นักลงทุนสามารถพิจารณาลดสัดส่วนสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น หุ้นเทคโนโลยี หรือหุ้นที่มีความผันผวนสูง และเพิ่มสัดส่วนของสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น พันธบัตรรัฐบาล หรือกองทุนตราสารหนี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพของพอร์ต

2. การทำ Hedging
นักลงทุนสามารถใช้เครื่องมืออย่าง Options หรือ Futures เพื่อป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตในช่วงเวลาที่ความผันผวนสูงขึ้น เช่น การซื้อ Put Option เพื่อจำกัดการขาดทุนหากตลาดตกลงอย่างรวดเร็ว

3. ตั้งค่า Stop Loss
การตั้ง Stop Loss ในช่วงที่ VIX สูง ช่วยให้นักลงทุนจำกัดการเสียหายเมื่อราคาหุ้นเกิดการลดลงอย่างรุนแรง เพิ่มโอกาสในการปกป้องทุนและลดความเสี่ยงในพอร์ต

คำแนะนำสำหรับนักลงทุนไทย
สำหรับนักลงทุนและเทรดเดอร์ในตลาดหุ้นไทย การเรียนรู้และทำความเข้าใจดัชนี VIX เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้สามารถรับมือกับความไม่แน่นอนของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากตลาดหุ้นทั่วโลกมีความเชื่อมโยงกันโดยเฉพาะกับตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตลาดหุ้นขนาดใหญ่ที่ส่งผลต่อตลาดทั่วโลก การจับตาดู VIX จึงเป็นเหมือนการมองภาพรวมของความกังวลในตลาดโลกที่อาจมีผลต่อพอร์ตของนักลงทุนไทยโดยตรง

นอกจากนี้ยังควรติดตามข่าวสารและวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบคอบ เพื่อใช้ข้อมูลจาก VIX ประกอบการตัดสินใจอย่างรอบด้าน และไม่พึ่งพาเพียงแค่ดัชนีเดียวเท่านั้น

บทสรุป
ดัชนี VIX ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่บอกถึงความผันผวนของตลาดหุ้น แต่มันคือเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับนักลงทุนที่ต้องการบริหารความเสี่ยงด้วยมุมมองที่เฉียบคม การเข้าใจในการประยุกต์ใช้ VIX ในการบริหารพอร์ต ทั้งในเรื่องการปรับสัดส่วนสินทรัพย์ การทำ Hedging และการตั้ง Stop Loss จะช่วยเพิ่มโอกาสในการปกป้องและเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนในทุกสภาวะตลาด

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับนักลงทุนและเทรดเดอร์ไทย ที่ต้องการเข้าใจเครื่องมือที่สำคัญนี้เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนและความผันผวนของตลาดในอนาคต

อ้างอิงข้อมูลจาก:
https://tiomarkets.com/en/article/vix-index
https://www.degiro.ie/knowledge/investors-academy/beginners-lessons/vix-index
https://www.researchgate.net/publication/277429711_Understanding_the_VIX
https://www.amano.com.my/market-outlook/[Risk-Management]-Volatility-Index-(VIX)-Explained:-Best-Time-to-Invest-Must-Know
https://www.tandfonline.com/doi/full/10.1080/23322039.2022.2111798

คำชี้แจง

เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้สร้างขึ้นโดย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากระบบ AI ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและงานวิจัยล่าสุดแบบ Real-time อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในการทำความเข้าใจข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะถูกสร้างโดยมนุษย์หรือ AI ก็ตาม

ทีมงาน NowTrd.com มุ่งมั่นที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือเพื่อมอบข้อมูลที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้อ่านทุกท่านอย่างมีความรับผิดชอบต่อความถูกต้อง หากพบข้อผิดพลาดหรือจุดบกพร่องใดๆ โปรดแจ้งให้เราทราบที่ [email protected] เพื่อร่วมพัฒนาเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ

Hot this week

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

Topics

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

PMI/ISM อ่านอย่างไร คู่มืออ่านดัชนีผู้จัดการจัดซื้อสำหรับเทรดเดอร์

PMI/ISM ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ที่โผล่ในปฏิทินเศรษฐกิจเดือนละครั้ง แต่คือเสียงจากผู้จัดการจัดซื้อที่อยู่หน้าโรงงานและออฟฟิศจริงๆ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่า PMI คืออะไร ISM ต่างจาก PMI เจ้าอื่นอย่างไร กลไก 50 จุดแปลว่าอะไร รวมถึงวิธีอ่าน PMI/ISM แบบทีละขั้นสำหรับเทรดเดอร์ทองและ Forex ที่ต้องการมองเกมเศรษฐกิจให้ขาดกว่าเดิม

ลูปจัดการอารมณ์ที่กั้นระหว่างเทรดเดอร์รอดกับพอร์ตพัง

ส่วนใหญ่พอร์ตไม่ได้พังเพราะกราฟ แต่พังเพราะเทรดเดอร์ไม่เคยรู้เลยว่า ช่วงไหน “ระบบคุมมือ” ช่วงไหน “อารมณ์คุมมือ”ไม้ที่เข้าเพราะ FOMO ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม้ปกติ แค่เห็นกราฟวิ่ง เห็นคนอื่นโชว์กำไร ก็รีบกดโดยไม่ทันเช็ก RR...

หลายครั้งไม่ได้แพ้ที่ “ทิศทางราคา” แต่แพ้ที่ “เหตุผลในการเข้าไม้”

ฝั่งหนึ่งเข้าเพราะกลัวตกรถ ราคาไปทางไหนก็วิ่งตาม อีกฝั่งหนึ่งเข้าเพราะรู้ชัดว่า ตรงนี้คือโซนได้เปรียบของตัวเอง Risk/Reward คุ้ม และยอมรับผลลัพธ์ได้ถ้าเราเคยไล่ซื้อทุกแท่งเขียว เคยเห็นคนอื่นกำไรแล้วทนไม่ได้ เคยเข้าตามฟีลโดยไม่รู้จุดตัดขาดทุน แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแบบ “แมงเม่า / นักพนัน” อยู่เงียบ ๆแต่...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img