Monday, January 19, 2026
28 C
Bangkok

รู้จัก Fibonacci Retracement เครื่องมือเด็ดจับจังหวะราคากลับตัวแบบมือโปร

สวัสดีครับเพื่อนๆ เทรดเดอร์ทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นคนที่เริ่มหัดจับจังหวะหรือใครที่อยากเสริมทักษะการวิเคราะห์ตลาดให้นิ่งขึ้น บทความนี้ผมจะพาไปรู้จักกับเครื่องมือวิเศษที่เรียกว่า “Fibonacci Retracement” ที่ผมใช้บ่อยจนแทบกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเทรดทันทีที่เปิดกราฟดูราคากันเลยทีเดียว

ก่อนอื่นขอเล่าประสบการณ์ส่วนตัวสั้นๆ ว่าตัวผมเองเคยประสบกับความสับสนเวลาราคาที่คิดว่าจะวิ่งต่อกลับหักหัวลง หรือขึ้นใหม่อยู่บ่อยครั้งจนทำให้ตัดสินใจผิดพลาดไปบ้าง แต่พอค้นคว้าเก็บข้อมูลและลองใช้ Fibonacci Retracement เข้าไป ช่วยให้ผมจับจังหวะกลับตัวได้ไม่ผิดเพี้ยนและวางแผนบริหารความเสี่ยงได้ดีกว่าเดิมชัดเจน

มาเริ่มกันเลยดีกว่า! Fibonacci Retracement คืออะไร? มันคือเครื่องมือสำหรับวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ใช้คำนวณระดับราคาที่มีโอกาสจะเป็นจุดกลับตัวของราคา โดยยึดหลักอัตราส่วนฟีโบนักชีซึ่งเป็นค่าเลขเฉพาะตัว เช่น 23.6%, 38.2%, 50%, 61.8% และ 78.6% โดยระดับเหล่านี้เราจะเห็นในกราฟว่าเป็นแนวรับหรือแนวต้านสำคัญได้

เทคนิคการตั้งระดับ Fibonacci ที่ถูกต้องมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
– หาจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดล่าสุดบนกราฟ
– คลิกเครื่องมือ Fibonacci Retracement แล้วลากเส้นจากจุดต่ำสุดไปยังจุดสูงสุด (ในเทรนด์ขาขึ้น) หรือจากจุดสูงสุดไปยังจุดต่ำสุด (ในเทรนด์ขาลง)
– ระบบจะคำนวณและแสดงระดับ Fibonacci ต่างๆ ออกมาบนกราฟอัตโนมัติ

แต่ถามว่าแล้วเราจะใช้ข้อมูลนี้อย่างไรให้เกิดประโยชน์? ในความเป็นจริงแล้ว มันต้องจับคู่กับแนวรับและแนวต้านที่สำคัญเดิม รวมถึงสัญญาณเทคนิคอย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (moving averages) หรือสัญญาณแท่งเทียน เพื่อยืนยันจุดกลับตัวให้มั่นใจขึ้น

เวลาเรามองเห็นราคาปรับตัวกลับมาแตะระดับ Fibonacci เช่น 38.2% หรือ 61.8% นั่นคือจังหวะที่อาจได้เห็นแรงซื้อหรือขายสวนทางเกิดขึ้น เมื่อจับได้จังหวะเหมาะๆ เราก็สามารถเปิดออร์เดอร์ซื้อหรือขายอย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น

จากประสบการณ์ตรง หากตั้งค่าและใช้อย่างคล่องแคล่วจะช่วยป้องกันการเทรดผิดจังหวะได้ดีทีเดียว พร้อมทั้งทำให้เราบริหารความเสี่ยงโดยการกำหนดจุดตัดขาดทุน (stop loss) ใกล้ๆ กับระดับ Fibonacci นั้นๆ เพื่อลดความเสียหายจากความผันผวนของตลาดในช่วงที่ราคากำลังเปลี่ยนแปลง

อีกเคล็ดลับหนึ่งที่อยากแนะนำคือ อย่าพึ่งพา Fibonacci Retracement เพียงอย่างเดียว ควรใช้ควบคู่กับอินดิเคเตอร์อื่นเพื่อเสริมความแม่นยำ เช่น RSI ในการดูว่าราคาอาจจะ Overbought หรือ Oversold หรือดูหลักการของแนวโน้มราคา เพื่อให้การตัดสินใจมีเหตุผลมากขึ้น

และสุดท้าย อย่าลืมว่าความรู้และทักษะในการจับจังหวะราคาบน Fibonacci ยังต้องฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ เพราะไม่มีเครื่องมือใดที่แม่นยำ 100% เสมอไป การสร้างวินัยและวางแผนการบริหารความเสี่ยงสำคัญกว่าเรื่องใดทั้งหมด

สรุปก็คือ Fibonacci Retracement เป็นเครื่องมือที่ทรงคุณค่าและเข้าถึงง่าย ใช้เพื่อจับจังหวะกลับตัวราคาในตลาดหุ้น ตลาดฟอเร็กซ์ หรือคริปโตเคอร์เรนซีได้ดีมาก เพียงแต่เราต้องใจเย็น ค่อยๆ ฝึกใช้กับตลาดจริง และหาเทคนิคที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของเราเอง

ผมหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเทรดเดอร์ทุกคนที่ต้องการอัพเกรดความรู้ และหวังว่าจะเห็นทุกคนประสบความสำเร็จจากการเทรดอย่างมีสติและรู้ทันตลาดกันครับ!

คำชี้แจง

เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้สร้างขึ้นโดย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากระบบ AI ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและงานวิจัยล่าสุดแบบ Real-time อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในการทำความเข้าใจข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะถูกสร้างโดยมนุษย์หรือ AI ก็ตาม

ทีมงาน NowTrd.com มุ่งมั่นที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือเพื่อมอบข้อมูลที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้อ่านทุกท่านอย่างมีความรับผิดชอบต่อความถูกต้อง หากพบข้อผิดพลาดหรือจุดบกพร่องใดๆ โปรดแจ้งให้เราทราบที่ [email protected] เพื่อร่วมพัฒนาเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ

Hot this week

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

Topics

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

PMI/ISM อ่านอย่างไร คู่มืออ่านดัชนีผู้จัดการจัดซื้อสำหรับเทรดเดอร์

PMI/ISM ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ที่โผล่ในปฏิทินเศรษฐกิจเดือนละครั้ง แต่คือเสียงจากผู้จัดการจัดซื้อที่อยู่หน้าโรงงานและออฟฟิศจริงๆ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่า PMI คืออะไร ISM ต่างจาก PMI เจ้าอื่นอย่างไร กลไก 50 จุดแปลว่าอะไร รวมถึงวิธีอ่าน PMI/ISM แบบทีละขั้นสำหรับเทรดเดอร์ทองและ Forex ที่ต้องการมองเกมเศรษฐกิจให้ขาดกว่าเดิม

ลูปจัดการอารมณ์ที่กั้นระหว่างเทรดเดอร์รอดกับพอร์ตพัง

ส่วนใหญ่พอร์ตไม่ได้พังเพราะกราฟ แต่พังเพราะเทรดเดอร์ไม่เคยรู้เลยว่า ช่วงไหน “ระบบคุมมือ” ช่วงไหน “อารมณ์คุมมือ”ไม้ที่เข้าเพราะ FOMO ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม้ปกติ แค่เห็นกราฟวิ่ง เห็นคนอื่นโชว์กำไร ก็รีบกดโดยไม่ทันเช็ก RR...

หลายครั้งไม่ได้แพ้ที่ “ทิศทางราคา” แต่แพ้ที่ “เหตุผลในการเข้าไม้”

ฝั่งหนึ่งเข้าเพราะกลัวตกรถ ราคาไปทางไหนก็วิ่งตาม อีกฝั่งหนึ่งเข้าเพราะรู้ชัดว่า ตรงนี้คือโซนได้เปรียบของตัวเอง Risk/Reward คุ้ม และยอมรับผลลัพธ์ได้ถ้าเราเคยไล่ซื้อทุกแท่งเขียว เคยเห็นคนอื่นกำไรแล้วทนไม่ได้ เคยเข้าตามฟีลโดยไม่รู้จุดตัดขาดทุน แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแบบ “แมงเม่า / นักพนัน” อยู่เงียบ ๆแต่...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img