Friday, January 16, 2026
26.1 C
Bangkok

รู้จัก Stablecoins เหรียญคริปโตที่ช่วยให้ลงทุนมั่นใจขึ้น

รู้ไหมว่าผมเคยรู้สึกงงงวยกับโลกของคริปโตเหมือนกับหลายคน? เหรียญคริปโตที่ขึ้นลงแรงจนใจไม่ค่อยดี แต่พอผมได้รู้จักกับ Stablecoins มุมมองของผมก็เปลี่ยนไปเยอะทีเดียว ที่ผมอยากแนะนำวันนี้คือ Stablecoins หรือ “เหรียญคริปโตที่มีราคาคงที่” ซึ่งออกแบบมาเพื่อลดความผันผวนในตลาดคริปโต ผมจะเล่าให้ฟังว่า Stablecoins คืออะไร แบบไหนบ้าง และทำไมพวกเขาถึงมีบทบาทสำคัญกับคนลงทุนคริปโตอย่างเราๆ

เริ่มจากความเข้าใจง่ายๆ Stablecoins คือเหรียญดิจิทัลที่มูลค่าค่อนข้างจะคงที่หรือเสถียรกว่าเหรียญคริปโตทั่วไป ที่เรารู้จักกันดีเช่น Bitcoin, Ethereum ที่ราคาขึ้นลงวูบวาบอย่างหนัก Stablecoins มักจะถูกผูกกับสกุลเงินที่มั่นคงอย่างดอลลาร์สหรัฐฯ หรือสินทรัพย์ที่มีมูลค่าคงที่ เช่น ทองคำ เพื่อให้ราคาไม่เหวี่ยงมากนัก ผมว่า Stablecoins นี้เหมือนเป็น “จุดศูนย์กลางที่ทำให้โลกคริปโตดูนิ่งขึ้น”

ตอนนี้มี Stablecoins หลายประเภท แต่ที่เจอบ่อยจนพูดถึงไม่ได้นั้นคือ USDT (Tether), USDC (USD Coin) และ BUSD (Binance USD) เหรียญเหล่านี้มีความน่าเชื่อถือสูงเพราะถูกค้ำประกันด้วยเงินดอลลาร์จริงในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 เหรียญเดียวของพวกเขาก็มีมูลค่าเท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ แน่นอนว่าแบบนี้ทำให้นักลงทุนไม่ต้องกลัวราคาของเหรียญจะลดค่าน้อยลงจนใจหาย

แล้วทำไม Stablecoins ถึงจำเป็น? เรื่องนี้ผมเห็นว่ามันคือ “เครื่องมือช่วยลดความเสี่ยง” เสมือนที่เราเล่นหุ้นที่อยากมีสินทรัพย์ปลอดภัยบ้างเวลาเกิดความปั่นป่วนในตลาด คุณสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนเหรียญคริปโตต่างๆ แล้วย้ายมาถือ Stablecoins เพื่อรอเวลาที่เหมาะสมในการลงทุนใหม่ โดยไม่ต้องแปลงกลับเป็นเงินสดนอกระบบที่อาจยุ่งยากและช้า และยังช่วยให้การทำธุรกรรมระหว่างประเทศสะดวกขึ้น เพราะ Stablecoins สามารถส่งข้ามพรมแดนได้รวดเร็วและต้นทุนต่ำ เหมาะมากกับธุรกิจหรือผู้ที่ทำงานออนไลน์

ประเภทของ Stablecoins ที่ผมอยากเล่าต่อก็มี Fiat-collateralized Stablecoin เช่น USDT, USDC และ BUSD ที่ค้ำประกันด้วยเงินดอลลาร์ การที่เหรียญเหล่านี้ผูกกับสินทรัพย์จริงจึงเป็นหัวใจที่ทำให้พวกเขาเป็นที่นิยม

นอกจากนี้ยังมี Commodity-collateralized Stablecoin เช่น Digix Gold (DGX) ที่ค้ำประกันด้วยทองคำจริง เหรียญเหล่านี้เหมาะกับคนที่เชื่อมั่นในสินทรัพย์ที่จับต้องได้และมั่นคง

อีกประเภทคือ Crypto-collateralized Stablecoin อย่างเช่น DAI ที่ใช้เหรียญ Ethereum หรือคริปโตอื่นๆ เป็นหลักประกัน แบบนี้จะมีความยืดหยุ่นและสามารถตรวจสอบได้แบบโปร่งใส เหมาะกับผู้ที่เข้าใจกลไกคริปโตอย่างละเอียด

ผมขอสรุปบทบาทของ Stablecoins ไว้ว่า มันไม่เพียงช่วยลดความผันผวนในตลาด แต่ยังเป็นเหรียญที่ช่วยให้เกิดความสะดวกและเร็วขึ้นในการทำธุรกรรม ลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของการแปลงเงิน และเพิ่มทางเลือกมากขึ้นสำหรับนักลงทุนในการบริหารความเสี่ยง บางคนยังใช้ Stablecoins ในระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) เพื่อเก็บดอกเบี้ยหรือวางแผนการเงินได้อีกด้วย

ถ้าถามผมว่าควรลงทุนกับ Stablecoins ไหม? คำตอบคือ Stablecoins ไม่เหมาะสำหรับการเพิ่มมูลค่าแบบก้าวกระโดดเหมือนบิทคอยน์หรือเหรียญ Altcoin บางตัว แต่ถ้าคุณต้องการความมั่นคง ลดความเสี่ยง และอยากได้สินทรัพย์ดิจิทัลที่เก็บค่าได้ดี Stablecoins ก็เป็นทางเลือกที่ควรมีติดพอร์ตไว้

ก่อนจบบทความนี้ อยากให้ทุกคนตระหนักว่า Stablecoins ก็มีความเสี่ยงในเรื่องของความน่าเชื่อถือของผู้ที่ออกเหรียญ และการตรวจสอบความโปร่งใสของเงินสำรอง ดังนั้นการติดตามข่าวสารและเลือก Stablecoins ที่มีชื่อเสียง จึงเป็นเรื่องสำคัญ

ถ้าคุณกำลังมองหาวิธีลงทุนในคริปโตแบบปลอดภัยขึ้น หรือต้องการใช้เหรียญที่มีความมั่นคง Stablecoins อย่าง USDT, USDC และ BUSD น่าจะเป็นเพื่อนที่ดีในเส้นทางนี้จริงๆ ที่ผมเขียนมาทั้งหมดนี้ เป็นประสบการณ์ตรงและข้อมูลที่ผมได้รวบรวมจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือและอัปเดตข้อมูลล่าสุดแล้ว ถ้าคุณอยากให้ผมช่วยแนะนำเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับคริปโตก็บอกมาได้เลยนะครับ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
– https://merkle.capital/articles/what-is-stable-coin
– https://www.bitkub.com/th/blog/what-is-stablecoin-b2856f52af36
– https://www.investree.co.th/knowledge-hub-detail/the-benefits-of-investing-in-cryptocurrencies
– https://merkle.capital/articles/usdt-vs-usdc
– https://www.bitkub.com/en/blog/what-is-usdt-ddc95cd2f350

คำชี้แจง

เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้สร้างขึ้นโดย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากระบบ AI ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและงานวิจัยล่าสุดแบบ Real-time อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในการทำความเข้าใจข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะถูกสร้างโดยมนุษย์หรือ AI ก็ตาม

ทีมงาน NowTrd.com มุ่งมั่นที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือเพื่อมอบข้อมูลที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้อ่านทุกท่านอย่างมีความรับผิดชอบต่อความถูกต้อง หากพบข้อผิดพลาดหรือจุดบกพร่องใดๆ โปรดแจ้งให้เราทราบที่ [email protected] เพื่อร่วมพัฒนาเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ

Hot this week

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

Topics

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

PMI/ISM อ่านอย่างไร คู่มืออ่านดัชนีผู้จัดการจัดซื้อสำหรับเทรดเดอร์

PMI/ISM ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ที่โผล่ในปฏิทินเศรษฐกิจเดือนละครั้ง แต่คือเสียงจากผู้จัดการจัดซื้อที่อยู่หน้าโรงงานและออฟฟิศจริงๆ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่า PMI คืออะไร ISM ต่างจาก PMI เจ้าอื่นอย่างไร กลไก 50 จุดแปลว่าอะไร รวมถึงวิธีอ่าน PMI/ISM แบบทีละขั้นสำหรับเทรดเดอร์ทองและ Forex ที่ต้องการมองเกมเศรษฐกิจให้ขาดกว่าเดิม

ลูปจัดการอารมณ์ที่กั้นระหว่างเทรดเดอร์รอดกับพอร์ตพัง

ส่วนใหญ่พอร์ตไม่ได้พังเพราะกราฟ แต่พังเพราะเทรดเดอร์ไม่เคยรู้เลยว่า ช่วงไหน “ระบบคุมมือ” ช่วงไหน “อารมณ์คุมมือ”ไม้ที่เข้าเพราะ FOMO ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม้ปกติ แค่เห็นกราฟวิ่ง เห็นคนอื่นโชว์กำไร ก็รีบกดโดยไม่ทันเช็ก RR...

หลายครั้งไม่ได้แพ้ที่ “ทิศทางราคา” แต่แพ้ที่ “เหตุผลในการเข้าไม้”

ฝั่งหนึ่งเข้าเพราะกลัวตกรถ ราคาไปทางไหนก็วิ่งตาม อีกฝั่งหนึ่งเข้าเพราะรู้ชัดว่า ตรงนี้คือโซนได้เปรียบของตัวเอง Risk/Reward คุ้ม และยอมรับผลลัพธ์ได้ถ้าเราเคยไล่ซื้อทุกแท่งเขียว เคยเห็นคนอื่นกำไรแล้วทนไม่ได้ เคยเข้าตามฟีลโดยไม่รู้จุดตัดขาดทุน แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแบบ “แมงเม่า / นักพนัน” อยู่เงียบ ๆแต่...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img