Monday, January 19, 2026
32 C
Bangkok

เริ่มต้นกับ RSI ง่าย ๆ ให้มือใหม่เทรดได้จับจุดซื้อขายอย่างมั่นใจ

ผมจำได้ตอนที่เริ่มเข้าสู่วงการเทรดครั้งแรกนะครับ สิ่งหนึ่งที่สับสนและยากที่สุดก็คือการจับจังหวะซื้อขายที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นหุ้นหรือคู่สกุลเงินก็เถอะ แต่หลังจากได้รู้จักกับเครื่องมือที่ชื่อว่า RSI หรือ Relative Strength Index ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปแบบที่ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่านี่จะช่วยง่ายขนาดนี้

RSI นี่แหละครับ คืออินดิเคเตอร์ที่เจ๋งมากสำหรับคนนอกสาย เพราะมันบ่งบอกภาวะตลาดว่ากำลังอยู่ในช่วง “ซื้อเกิน” หรือ “ขายเกิน” ได้อย่างชัดเจน มันจะคำนวณจากการเปรียบเทียบขนาดและความเร็วของการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้นหรือคู่สกุลเงินในช่วงเวลาหนึ่ง (โดยทั่วไปใช้ 14 วันเป็นเซ็ตค่าพื้นฐาน) ผลลัพธ์ก็จะอยู่ในช่วง 0-100 ซึ่งถ้าค่านี้มากกว่า 70 นั่นหมายถึงอาจกำลัง “ซื้อเกิน” และถ้าน้อยกว่า 30 ก็คือ “ขายเกิน” ครับ

ทีนี้มาดูกันง่ายๆ ว่าทำไม RSI ถึงสำคัญสำหรับนักเทรดมือใหม่แบบผม:

– ถ้า RSI สูงกว่า 70 แสดงว่าราคาสูงเกินไปแล้ว อาจจะมีโอกาสลงราคาหรือกลับตัวได้
– ถ้า RSI ต่ำกว่า 30 แสดงว่าราคาถูกเกินไป อาจจะมีโอกาสขึ้นราคาหรือกลับตัวได้

เห็นมั้ยครับ มันเหมือนกับไฟแดงไฟเขียวที่ช่วยให้เรารู้ว่า เมื่อไหร่ควรหยุด ควรตัดสินใจได้ดีขึ้น

แต่เดี๋ยวก่อน! RSI ไม่ได้แค่บอกแค่ระดับเกินซื้อเกินขายเพียงอย่างเดียว ยังมีสัญญาณอื่น ๆ ที่ผมอยากแนะนำ:

1. สัญญาณ Bullish Divergence (เบื้องต้นเลยคือ สัญญาณกลับตัวขึ้น) หมายความว่า ราคาหุ้นหรือคู่สกุลเงินกำลังทำจุดต่ำสุดใหม่ แต่ค่า RSI กลับทำจุดต่ำสุดสูงกว่าครั้งก่อน นั่นบ่งบอกว่ากำลังมีแรงซื้อซ่อนอยู่ และอาจเกิดการกลับตัวขึ้นในเร็ว ๆ นี้

2. สัญญาณ Bearish Swing Rejection (สัญญาณกลับตัวลง) คือเมื่อ RSI ทะลุระดับ 70 แต่กลับลดลงต่ำกว่า 70 อีกครั้ง แสดงว่ากำลังมีแรงขายกดดันและอาจนำไปสู่จุดกลับตัวลง

ตอนเราใช้ RSI เราควรตั้งค่าที่ 14 วันและใช้ระดับ 30 และ 70 เป็นจุดอ้างอิงหลัก นอกจากนี้ การใช้ RSI ควบคู่กับเครื่องมือเทคนิคอื่น ๆ อย่างแนวรับแนวต้าน หรือแท่งเทียนช่วยให้เราตัดสินใจได้แม่นขึ้นอีกด้วย

การเทรดโดยใช้ RSI ที่ผมอยากฝากไว้กับคุณนักเทรดมือใหม่คือ ให้ลองฝึกสังเกตสัญญาณจาก RSI และดูกรณีตัวอย่างย้อนหลังในกราฟหุ้นที่เราเล่น และควรใช้บริบทของตลาดรวมไปถึงข่าวสารประกอบการตัดสินใจเสมอ อย่าปักใจเชื่อแต่ RSI อย่างเดียว

นอกจากนี้ ข้อดีของ RSI คือมันไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย และเหมาะกับเทรดเดอร์ที่ต้องการกลยุทธ์ที่ใช้ได้จริงและเร็วในการจับจังหวะไม่ให้อารมณ์เล่นนำ

ลองนึกดูนะครับ ถ้าคุณจับจังหวะซื้อขายได้ถูกต้องจากสัญญาณ RSI ไม่ใช่แค่เพิ่มโอกาสชนะ แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะล้างพอร์ตอีกด้วย

สุดท้ายนี้ ผมอยากให้คุณนำกลยุทธ์ง่าย ๆ นี้ไปฝึกใช้ในบัญชีทดลองก่อน เริ่มเล็ก ๆ ก่อน แล้วค่อยขยายพอร์ตเมื่อมั่นใจว่าคุณอ่านค่า RSI และสัญญาณต่าง ๆ ได้ดีขึ้นแล้ว

สรุปโดยรวมแล้ว RSI เป็นเครื่องมือที่นักเทรดมือใหม่ไม่ควรมองข้าม เพราะมันช่วยให้การตัดสินใจซับซ้อนในตลาดดูง่ายขึ้นมาก พร้อมทั้งส่งเสริมการวางแผนลงทุนอย่างเป็นระบบและมีเหตุผลมากขึ้นครับ

หวังว่าเนื้อหานี้จะช่วยให้คุณเข้าใจและนำไปต่อยอดเทรดได้ตามเป้าที่ตั้งไว้นะครับ สู้ ๆ และขอให้ทุกการเทรดของคุณเป็นไปอย่างชาญฉลาดและประสบความสำเร็จ!

คำชี้แจง

เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้สร้างขึ้นโดย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากระบบ AI ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและงานวิจัยล่าสุดแบบ Real-time อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในการทำความเข้าใจข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะถูกสร้างโดยมนุษย์หรือ AI ก็ตาม

ทีมงาน NowTrd.com มุ่งมั่นที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือเพื่อมอบข้อมูลที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้อ่านทุกท่านอย่างมีความรับผิดชอบต่อความถูกต้อง หากพบข้อผิดพลาดหรือจุดบกพร่องใดๆ โปรดแจ้งให้เราทราบที่ [email protected] เพื่อร่วมพัฒนาเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ

Hot this week

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

Topics

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

PMI/ISM อ่านอย่างไร คู่มืออ่านดัชนีผู้จัดการจัดซื้อสำหรับเทรดเดอร์

PMI/ISM ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ที่โผล่ในปฏิทินเศรษฐกิจเดือนละครั้ง แต่คือเสียงจากผู้จัดการจัดซื้อที่อยู่หน้าโรงงานและออฟฟิศจริงๆ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่า PMI คืออะไร ISM ต่างจาก PMI เจ้าอื่นอย่างไร กลไก 50 จุดแปลว่าอะไร รวมถึงวิธีอ่าน PMI/ISM แบบทีละขั้นสำหรับเทรดเดอร์ทองและ Forex ที่ต้องการมองเกมเศรษฐกิจให้ขาดกว่าเดิม

ลูปจัดการอารมณ์ที่กั้นระหว่างเทรดเดอร์รอดกับพอร์ตพัง

ส่วนใหญ่พอร์ตไม่ได้พังเพราะกราฟ แต่พังเพราะเทรดเดอร์ไม่เคยรู้เลยว่า ช่วงไหน “ระบบคุมมือ” ช่วงไหน “อารมณ์คุมมือ”ไม้ที่เข้าเพราะ FOMO ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม้ปกติ แค่เห็นกราฟวิ่ง เห็นคนอื่นโชว์กำไร ก็รีบกดโดยไม่ทันเช็ก RR...

หลายครั้งไม่ได้แพ้ที่ “ทิศทางราคา” แต่แพ้ที่ “เหตุผลในการเข้าไม้”

ฝั่งหนึ่งเข้าเพราะกลัวตกรถ ราคาไปทางไหนก็วิ่งตาม อีกฝั่งหนึ่งเข้าเพราะรู้ชัดว่า ตรงนี้คือโซนได้เปรียบของตัวเอง Risk/Reward คุ้ม และยอมรับผลลัพธ์ได้ถ้าเราเคยไล่ซื้อทุกแท่งเขียว เคยเห็นคนอื่นกำไรแล้วทนไม่ได้ เคยเข้าตามฟีลโดยไม่รู้จุดตัดขาดทุน แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแบบ “แมงเม่า / นักพนัน” อยู่เงียบ ๆแต่...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img