Monday, January 19, 2026
22 C
Bangkok

ทำความรู้จัก Stablecoins เหรียญคริปโตที่ช่วยลดความผันผวนในตลาด

ก่อนที่เราจะเจาะลึกถึง Stablecoins หรือเหรียญคริปโตที่มูลค่าคงที่ ผมอยากให้คุณจินตนาการถึงความวุ่นวายของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีที่เห็นอยู่นี้ คือสภาพที่เหรียญพุ่งขึ้นและร่วงลงอย่างรวดเร็วชนิดที่ทำให้นักลงทุนทั่วโลกหายใจไม่ทัน เงินทุนที่คุณลงทุนเข้าไปสามารถเปลี่ยนแปลงได้มากมายภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แบบนี้คือสิ่งที่หลายคนเรียกกันว่า “ความผันผวนของตลาด” ซึ่งมันเป็นเรื่องของ DNA ของตลาดคริปโตมานานแล้ว แต่ในความที่เราต้องการตัวช่วยที่เสถียร มีความมั่นคงมากขึ้น จึงเกิด Stablecoins ขึ้นมา

Stablecoins คืออะไร?
Stablecoins เป็นเหรียญคริปโตที่ถูกออกแบบมาให้ราคาคงที่หรือมีความผันผวนน้อยสุดๆ โดยปกติพวกมันจะถูกผูกมูลค่ากับสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ทองคำ หรือแม้แต่น้ำมัน ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานไม่ต้องกังวลเรื่องมูลค่าเหรียญที่ร่วงลงแบบฉับพลัน เหมือนที่เกิดขึ้นใน Bitcoin หรือ Ethereum

ทำไมเราต้องมี Stablecoins?
แน่นอนตลาดคริปโตถูกขับเคลื่อนด้วยความเสี่ยงและโอกาส แต่ความเปลี่ยนแปลงฉับพลันนั้นทำให้นักลงทุนต้องการ “ที่หลบภัย” หรือ “safe haven” เพื่อรักษามูลค่าทุนของตัวเอง ซึ่ง Stablecoins นี่แหละคือคำตอบที่ยอดเยี่ยม เพราะคุณสามารถเปลี่ยนเงินคริปโตที่มีความผันผวนสูงเป็น Stablecoins ที่มีมูลค่าคงที่ได้ทันทีโดยไม่ต้องถอนออกเป็นเงินสด

ประเภทของ Stablecoins
1. Fiat-collateralized Stablecoins (เหรียญที่มีการค้ำประกันด้วยเงินสด เช่น USDT, USDC)
– จุดเด่นคือมั่นใจได้ว่ามูลค่าของเหรียญนี้เท่ากับเงินสดที่สำรองไว้จริง
2. Commodity-collateralized Stablecoins (เหรียญที่ค้ำประกันด้วยสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ)
– เหมาะสำหรับคนที่อยากได้สัญญาเงินดิจิทัลที่มีมูลค่ายึดติดกับสินทรัพย์จริงๆ
3. Crypto-collateralized Stablecoins (เหรียญที่ค้ำประกันด้วยคริปโตอื่นๆ เช่น DAI)
– มักใช้ในแพลตฟอร์ม DeFi และมีระบบการล็อกสินทรัพย์เพื่อรักษามูลค่าของเหรียญ
4. Non-collateralized Stablecoins (ไม่มีการค้ำประกันโดยตรง)
– บางเหรียญใช้กลไกทางคณิตศาสตร์และอัลกอริทึมเพื่อรักษามูลค่าคงที่

บทบาทของ Stablecoins ในตลาด
Stablecoins ทำหน้าที่เหมือนเกราะป้องกันภัยด้านความผันผวนในโลกคริปโต และยังตอบโจทย์การชำระเงินที่รวดเร็วโดยไม่ต้องผ่านธนาคารหรือระบบการเงินแบบเดิม นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มสภาพคล่องในตลาด เพราะนักเทรดสามารถแลกเปลี่ยน Stablecoins กับเหรียญอื่นๆ ได้สะดวกโดยไม่ต้องรอนาน

สำหรับนักลงทุน
Stablecoins คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยจัดการความเสี่ยง ป้องกันมูลค่าทุนไม่ให้สูญหายจากความผันผวนอย่างรุนแรงอีกทั้งยังอำนวยความสะดวกในการย้ายเงินและเก็บรักษาสภาพคล่องในตลาด

สรุปแล้ว Stablecoins ไม่ได้เป็นเพียงเหรียญเทรดธรรมดา แต่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกเงินดิจิทัลและโลกการเงินจริงที่มั่นคง ให้เราควบคุมความเสี่ยงได้ดีขึ้น และพร้อมรับมือกับความผันผวนของตลาดได้อย่างเชี่ยวชาญ มันคือหนึ่งในกุญแจที่ช่วยให้คริปโตเคอร์เรนซีเป็นพลังทางการเงินที่แข็งแกร่งและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
– https://www.mitrade.com/th/insights/crypto/basics/what-is-stablecoin
– https://www.binance.th/th/faq/essential/29e8dab1eac1457db645b4c2c86ae44b
– https://www.longtunman.com/37406
– https://merkle.capital/articles/what-is-stable-coin
– https://www.scb10x.com/blog/future-of-payments-stablecoins

คำชี้แจง

เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้สร้างขึ้นโดย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากระบบ AI ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและงานวิจัยล่าสุดแบบ Real-time อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในการทำความเข้าใจข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะถูกสร้างโดยมนุษย์หรือ AI ก็ตาม

ทีมงาน NowTrd.com มุ่งมั่นที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือเพื่อมอบข้อมูลที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้อ่านทุกท่านอย่างมีความรับผิดชอบต่อความถูกต้อง หากพบข้อผิดพลาดหรือจุดบกพร่องใดๆ โปรดแจ้งให้เราทราบที่ [email protected] เพื่อร่วมพัฒนาเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ

Hot this week

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

Topics

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

PMI/ISM อ่านอย่างไร คู่มืออ่านดัชนีผู้จัดการจัดซื้อสำหรับเทรดเดอร์

PMI/ISM ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ที่โผล่ในปฏิทินเศรษฐกิจเดือนละครั้ง แต่คือเสียงจากผู้จัดการจัดซื้อที่อยู่หน้าโรงงานและออฟฟิศจริงๆ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่า PMI คืออะไร ISM ต่างจาก PMI เจ้าอื่นอย่างไร กลไก 50 จุดแปลว่าอะไร รวมถึงวิธีอ่าน PMI/ISM แบบทีละขั้นสำหรับเทรดเดอร์ทองและ Forex ที่ต้องการมองเกมเศรษฐกิจให้ขาดกว่าเดิม

ลูปจัดการอารมณ์ที่กั้นระหว่างเทรดเดอร์รอดกับพอร์ตพัง

ส่วนใหญ่พอร์ตไม่ได้พังเพราะกราฟ แต่พังเพราะเทรดเดอร์ไม่เคยรู้เลยว่า ช่วงไหน “ระบบคุมมือ” ช่วงไหน “อารมณ์คุมมือ”ไม้ที่เข้าเพราะ FOMO ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม้ปกติ แค่เห็นกราฟวิ่ง เห็นคนอื่นโชว์กำไร ก็รีบกดโดยไม่ทันเช็ก RR...

หลายครั้งไม่ได้แพ้ที่ “ทิศทางราคา” แต่แพ้ที่ “เหตุผลในการเข้าไม้”

ฝั่งหนึ่งเข้าเพราะกลัวตกรถ ราคาไปทางไหนก็วิ่งตาม อีกฝั่งหนึ่งเข้าเพราะรู้ชัดว่า ตรงนี้คือโซนได้เปรียบของตัวเอง Risk/Reward คุ้ม และยอมรับผลลัพธ์ได้ถ้าเราเคยไล่ซื้อทุกแท่งเขียว เคยเห็นคนอื่นกำไรแล้วทนไม่ได้ เคยเข้าตามฟีลโดยไม่รู้จุดตัดขาดทุน แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแบบ “แมงเม่า / นักพนัน” อยู่เงียบ ๆแต่...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img