Friday, February 6, 2026
27.4 C
Bangkok

Klarna บริษัทซื้อก่อนจ่ายทีหลังจากสวีเดน ประสบความสำเร็จในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท มูลค่ากว่า 19 พันล้านดอลลาร์

– Klarna เข้าระดมทุนในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ด้วยมูลค่าบริษัทกว่า 19 พันล้านดอลลาร์ สร้างความนิยมในบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังใน 26 ประเทศและมีผู้ใช้งานกว่า 93 ล้านรายทั่วโลก

– Klarna เผชิญคำถามเรื่องความเสี่ยงที่ผู้บริโภคอาจใช้จ่ายเกินตัว แต่บริษัทโฟกัสเป็นผู้ให้บริการชำระเงินที่เน้นประสบการณ์ที่ราบรื่นมากกว่าการเป็นแหล่งเครดิต

– Klarna มีแผนลดพนักงาน 10% และเตรียมรับมือกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยบริษัทเริ่มต้นซื้อขายหุ้นที่ราคาสูงกว่าราคาขาย IPO ถึง 30% แต่กำไรยังได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐอเมริกา

Klarna บริษัทฟินเทคสัญชาติสวีเดนที่ให้บริการระบบซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (Buy-Now-Pay-Later) ได้ทำการเปิดตัวในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทของสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการเดบิวต์ในตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของปี 2025 โดยบริษัทมีมูลค่าตลาดกว่า 19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 14 พันล้านปอนด์) หลังจากขายหุ้นในราคา IPO ที่ 40 ดอลลาร์ต่อหุ้น และมีราคาหุ้นเปิดตัวที่ 52 ดอลลาร์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 30% จากราคา IPO นับเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงความนิยมและการเติบโตของบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังของ Klarna ซึ่งมีผู้ใช้งานประมาณ 93 ล้านคนใน 26 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศที่ Klarna เข้าตลาดตั้งแต่ปี 2014 ในสหราชอาณาจักรและปี 2019 ในสหรัฐอเมริกา

บริการหลักของ Klarna คือการช่วยให้ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าด้วยการผ่อนชำระแบบไม่มีดอกเบี้ยและแบ่งจ่ายได้ ทำให้แทนที่บัตรเครดิตและธนาคารแบบเดิมๆ อย่างไรก็ดี บริษัทต้องเผชิญกับคำวิจารณ์ถึงความเสี่ยงของการที่ผู้บริโภคอาจใช้จ่ายเกินความสามารถในการชำระเงิน แต่ผู้บริหารของ Klarna ชี้ว่า บริษัททำรายได้หลักจากค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ขาย และเน้นให้บริการชำระเงินอย่างราบรื่นมากกว่าความเสี่ยงในการให้เครดิต

ด้านผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา Klarna มียอดรายได้ 2.8 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 24% จากปีที่แล้ว แต่ประสบปัญหาขาดทุนในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งมีต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้น และได้รายงานขาดทุน 52 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสล่าสุด บริษัทจึงได้เตรียมลดพนักงานประมาณ 10% หรือประมาณ 700 คนเพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่คาดว่าจะถดถอยในอนาคต

สำหรับคนไทยที่สนใจ Klarna อาจหมายถึงโอกาสใหม่ในวงการฟินเทคและการช็อปปิงออนไลน์จากต่างประเทศที่สะดวกและยืดหยุ่นมากขึ้น แม้ว่าบริการนี้จะยังไม่แพร่หลายในไทยอย่างเต็มตัว แต่แนวโน้มการเติบโตของบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังนี้สะท้อนความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการทางเลือกทางการเงินที่สะดวกและปลอดภัยมากขึ้นในระดับสากล

คำชี้แจง

เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้สร้างขึ้นโดย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากระบบ AI ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและงานวิจัยล่าสุดแบบ Real-time อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในการทำความเข้าใจข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะถูกสร้างโดยมนุษย์หรือ AI ก็ตาม

ทีมงาน NowTrd.com มุ่งมั่นที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือเพื่อมอบข้อมูลที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้อ่านทุกท่านอย่างมีความรับผิดชอบต่อความถูกต้อง หากพบข้อผิดพลาดหรือจุดบกพร่องใดๆ โปรดแจ้งให้เราทราบที่ [email protected] เพื่อร่วมพัฒนาเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ

Hot this week

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

Topics

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

PMI/ISM อ่านอย่างไร คู่มืออ่านดัชนีผู้จัดการจัดซื้อสำหรับเทรดเดอร์

PMI/ISM ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ที่โผล่ในปฏิทินเศรษฐกิจเดือนละครั้ง แต่คือเสียงจากผู้จัดการจัดซื้อที่อยู่หน้าโรงงานและออฟฟิศจริงๆ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่า PMI คืออะไร ISM ต่างจาก PMI เจ้าอื่นอย่างไร กลไก 50 จุดแปลว่าอะไร รวมถึงวิธีอ่าน PMI/ISM แบบทีละขั้นสำหรับเทรดเดอร์ทองและ Forex ที่ต้องการมองเกมเศรษฐกิจให้ขาดกว่าเดิม

ลูปจัดการอารมณ์ที่กั้นระหว่างเทรดเดอร์รอดกับพอร์ตพัง

ส่วนใหญ่พอร์ตไม่ได้พังเพราะกราฟ แต่พังเพราะเทรดเดอร์ไม่เคยรู้เลยว่า ช่วงไหน “ระบบคุมมือ” ช่วงไหน “อารมณ์คุมมือ”ไม้ที่เข้าเพราะ FOMO ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม้ปกติ แค่เห็นกราฟวิ่ง เห็นคนอื่นโชว์กำไร ก็รีบกดโดยไม่ทันเช็ก RR...

หลายครั้งไม่ได้แพ้ที่ “ทิศทางราคา” แต่แพ้ที่ “เหตุผลในการเข้าไม้”

ฝั่งหนึ่งเข้าเพราะกลัวตกรถ ราคาไปทางไหนก็วิ่งตาม อีกฝั่งหนึ่งเข้าเพราะรู้ชัดว่า ตรงนี้คือโซนได้เปรียบของตัวเอง Risk/Reward คุ้ม และยอมรับผลลัพธ์ได้ถ้าเราเคยไล่ซื้อทุกแท่งเขียว เคยเห็นคนอื่นกำไรแล้วทนไม่ได้ เคยเข้าตามฟีลโดยไม่รู้จุดตัดขาดทุน แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแบบ “แมงเม่า / นักพนัน” อยู่เงียบ ๆแต่...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img