Thursday, February 5, 2026
29 C
Bangkok

ทำไมทองคำกับแพลตตินั่มถึงเป็นตัวเลือกลงทุนที่น่าสนใจในปี 2025

ในโลกการลงทุนที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความผันผวน โลหะมีค่าถือเป็นเครื่องมือที่นักลงทุนมือโปรและมือใหม่ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะทองคำและแพลตตินั่มซึ่งมีบทบาทแตกต่างกันแต่เสริมกันอย่างน่าสนใจ วันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังแบบง่ายๆ เข้าใจง่าย และลึกซึ้งในทิศทางที่หลากหลายที่สุดว่าทำไมโลหะทั้งสองชนิดนี้จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการลงทุนในปี 2025 และอนาคตอันใกล้กัน

จุดเริ่มต้นของเรื่อง คือการเข้าใจคุณลักษณะเฉพาะของทองคำก่อน ทองคำไม่ใช่แค่โลหะสวยงามประดับข้อมือหรือเครื่องประดับเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงทางการเงินมานานนับศตวรรษ มันเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่นักลงทุนมักหันไปเมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจหรือรูปแบบเงินเฟ้อที่ไม่สามารถควบคุมได้ เพราะทองคำมีความสามารถในการรักษามูลค่าไว้ แม้ว่าตลาดหุ้นหรืออสังหาริมทรัพย์จะตกต่ำก็ตาม

ตอนนี้ลองคิดกันแบบง่ายๆ นะครับ ถ้าเกิดสภาพเศรษฐกิจโลกเริ่มสั่นคลอนหรือมีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เยอะๆ นักลงทุนหลายคนก็จะหันไปสะสมทองคำกันมากขึ้นเพราะมันช่วยลดความเสี่ยงและความกังวลได้ บทบาทนี้ทำให้ราคาทองคำสดใสและมีแนวโน้มจะเติบโตในระยะกลางถึงยาว แถมยังง่ายต่อการซื้อขาย ไม่ว่าคุณจะซื้อทองคำแท่งหรือเหรียญทองก็สามารถขายคืนหรือแลกเปลี่ยนได้ในตลาดทั่วโลกอย่างสะดวก

ในขณะเดียวกัน แพลตตินั่มเป็นอีกโลหะมีค่าที่หลายคนอาจมองข้าม แต่แท้จริงแล้วมันมีบทบาทสำคัญในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมรถยนต์ และเทคโนโลยีสีเขียวที่กำลังเติบโต เช่น ตัวเร่งปฏิกิริยาในรถยนต์ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซพิษ แพลตตินั่มนั้นหายากกว่าทองคำมาก เนื่องจากมันถูกผลิตได้จำกัดและมีปริมาณสำรองน้อยกว่า ทำให้ความต้องการในตลาดมีความผันผวนสูง และมูลค่าของมันอาจปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วหากเกิดปัญหาด้านอุปทานหรือต้องการจากอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น

แต่อย่างไรก็ตาม การลงทุนในแพลตตินั่มมีความเสี่ยงสูงกว่าทองคำ เพราะราคาของแพลตตินั่มมักผันผวนตามภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจโลก ถ้าหากเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ความต้องการใช้แพลตตินั่มอาจพุ่งขึ้น แต่ถ้าเศรษฐกิจซบเซา มูลค่าของมันก็อาจลดลง ดังนั้นการมีความเข้าใจในตลาดและติดตามสถานการณ์ข่าวสารจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุน

สำหรับใครที่สงสัยว่าควรจะลงทุนโลหะมีค่าในสัดส่วนเท่าไหร่ดี บอกเลยว่าขึ้นอยู่กับเป้าหมายการลงทุนและความเสี่ยงที่คุณรับได้ โดยทั่วไปนักวางแผนการเงินแนะนำว่าให้จัดสรรโลหะมีค่าไว้ในพอร์ตประมาณ 2-5 เปอร์เซ็นต์ เพื่อกระจายความเสี่ยง แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบเก็บทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยแบบยาวๆ ก็สามารถเพิ่มสัดส่วนนี้ได้ตามเหมาะสม

อย่าลืมนะครับ โลหะมีค่าไม่เหมือนหุ้นหรือพันธบัตรที่จ่ายปันผลหรือดอกเบี้ย แต่มันเป็นสินทรัพย์ที่รักษามูลค่าและสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้รวดเร็วเมื่อต้องการ นั่นหมายความว่าคุณอาจจะไม่ได้รับผลตอบแทนแบบต่อเนื่อง แต่มันจะช่วยลดความเสี่ยงในพอร์ตของคุณเมื่อเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจหรือความไม่แน่นอนต่างๆ

ส่วนใครที่รู้สึกว่าการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้ดูซับซ้อนหรือไม่คุ้นเคย ก็สามารถเริ่มจากการศึกษาข้อมูล เจาะลึกสถานการณ์โลหะมีค่าในตลาดโลก และใช้โอกาสนี้เป็นการกระจายความเสี่ยงไปพร้อมกับการเรียนรู้เพื่อให้เข้าใจภาพรวมได้มากขึ้นอีกด้วย

ท้ายสุดนี้ ผมอยากจะฝากไว้ว่าโลหะมีค่าอย่างทองคำและแพลตตินั่มนั้นไม่ใช่แค่สินทรัพย์สำหรับนักลงทุนระดับสูงเท่านั้น แต่มันเป็นเพื่อนคู่คิดสำหรับคนทุกคนที่ต้องการความมั่นคงทางการเงินในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน อย่าลืมติดตามข่าวสารและแนวโน้มตลาดอยู่เสมอ รวมถึงปรับพอร์ตของคุณให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป เพื่อโอกาสการลงทุนที่ดีที่สุดในอนาคต

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
1. https://discoveryalert.com.au/news/precious-metals-attractive-economic-2025/
2. https://www.straitsfinancial.com/insights/precious-metal-investment-trends-2025
3. https://www.pacificpreciousmetals.com/blog/gold-vs-platinum-bullion

คำชี้แจง

เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้สร้างขึ้นโดย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากระบบ AI ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและงานวิจัยล่าสุดแบบ Real-time อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในการทำความเข้าใจข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะถูกสร้างโดยมนุษย์หรือ AI ก็ตาม

ทีมงาน NowTrd.com มุ่งมั่นที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือเพื่อมอบข้อมูลที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้อ่านทุกท่านอย่างมีความรับผิดชอบต่อความถูกต้อง หากพบข้อผิดพลาดหรือจุดบกพร่องใดๆ โปรดแจ้งให้เราทราบที่ [email protected] เพื่อร่วมพัฒนาเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ

Hot this week

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

Topics

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

PMI/ISM อ่านอย่างไร คู่มืออ่านดัชนีผู้จัดการจัดซื้อสำหรับเทรดเดอร์

PMI/ISM ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ที่โผล่ในปฏิทินเศรษฐกิจเดือนละครั้ง แต่คือเสียงจากผู้จัดการจัดซื้อที่อยู่หน้าโรงงานและออฟฟิศจริงๆ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่า PMI คืออะไร ISM ต่างจาก PMI เจ้าอื่นอย่างไร กลไก 50 จุดแปลว่าอะไร รวมถึงวิธีอ่าน PMI/ISM แบบทีละขั้นสำหรับเทรดเดอร์ทองและ Forex ที่ต้องการมองเกมเศรษฐกิจให้ขาดกว่าเดิม

ลูปจัดการอารมณ์ที่กั้นระหว่างเทรดเดอร์รอดกับพอร์ตพัง

ส่วนใหญ่พอร์ตไม่ได้พังเพราะกราฟ แต่พังเพราะเทรดเดอร์ไม่เคยรู้เลยว่า ช่วงไหน “ระบบคุมมือ” ช่วงไหน “อารมณ์คุมมือ”ไม้ที่เข้าเพราะ FOMO ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม้ปกติ แค่เห็นกราฟวิ่ง เห็นคนอื่นโชว์กำไร ก็รีบกดโดยไม่ทันเช็ก RR...

หลายครั้งไม่ได้แพ้ที่ “ทิศทางราคา” แต่แพ้ที่ “เหตุผลในการเข้าไม้”

ฝั่งหนึ่งเข้าเพราะกลัวตกรถ ราคาไปทางไหนก็วิ่งตาม อีกฝั่งหนึ่งเข้าเพราะรู้ชัดว่า ตรงนี้คือโซนได้เปรียบของตัวเอง Risk/Reward คุ้ม และยอมรับผลลัพธ์ได้ถ้าเราเคยไล่ซื้อทุกแท่งเขียว เคยเห็นคนอื่นกำไรแล้วทนไม่ได้ เคยเข้าตามฟีลโดยไม่รู้จุดตัดขาดทุน แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแบบ “แมงเม่า / นักพนัน” อยู่เงียบ ๆแต่...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img