Thursday, February 5, 2026
32.4 C
Bangkok

ทำความรู้จัก Stablecoin เพื่อนแท้ของนักลงทุนในโลกคริปโต

ถ้าให้นึกถึงโลกคริปโต คำว่า “ความผันผวน” มักเป็นสิ่งแรกที่ทำให้นักลงทุนทั้งหลายรู้สึกหวาดหวั่น แต่จริงๆ แล้ว ในเส้นทางของโลกการเงินดิจิทัลนี้ เรามีเพื่อนร่วมทางที่ช่วยทำให้ความผันผวนนั้นน้อยลงมาก นั่นคือ “Stablecoin” หรือเหรียญคริปโตที่ออกแบบมาเพื่อรักษามูลค่าให้คงที่ไม่แกว่งไปมาเหมือนกับเหรียญคริปโตพันธุ์อื่น ๆ

มาเริ่มที่คำถามง่ายๆ กันก่อนว่า Stablecoin คืออะไร? Stablecoin คือเหรียญคริปโตที่มูลค่าของมันถูกผูกติดกับสกุลเงินหรือสินทรัพย์ที่เป็นจริง เช่น เงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรือทองคำ ทำให้ราคาของ Stablecoin มีความเสถียรมากกว่าคริปโตทั่วไป และนี่ก็เพราะว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหลังมันคือสินทรัพย์ที่ผู้คนยอมรับและมีมูลค่าจริง นั่นเอง

เมื่อพูดถึงประเภทของ Stablecoin เราควรแยกแยะให้เข้าใจถึง 3 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่

1. Fiat-collateralized Stablecoins คือ Stablecoin ที่มีมูลค่าผูกติดกับเงินสดในธนาคาร เช่น USDT (Tether) หรือ USDC (USD Coin) ซึ่งผู้ถือเหรียญสามารถแลกเปลี่ยนกลับเป็นเงินสดตามอัตราส่วน 1 ต่อ 1 ได้

2. Crypto-collateralized Stablecoins คือ Stablecoin ที่มีการวางหลักประกันด้วยสกุลคริปโตอื่น ๆ ตัวอย่างเช่น DAI ที่ถูกออกแบบมาให้รักษาความเสถียรด้วยระบบสมาร์ทคอนแทรกต์บนบล็อกเชน

3. Algorithmic Stablecoins เหรียญกลุ่มนี้ไม่มีสินทรัพย์จริงมาปกป้องมูลค่า แต่มีกระบวนการควบคุมอุปทานและอุปสงค์ผ่านอัลกอริทึมเพื่อรักษาราคานิ่งไว้ เช่น เหรียญ Terra (LUNA)

ในไทยเอง Stablecoin เริ่มได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะนักลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดคริปโตที่ผันผวนสุดขีดในบางช่วงเวลา อีกทั้ง Stablecoin ยังถูกใช้เป็นสะพานกลางในการแลกเปลี่ยนระหว่างเหรียญต่าง ๆ หรือใช้เก็บมูลค่าในช่วงที่ตลาดผันผวน

ทำไมนักลงทุนถึงชอบ Stablecoin? นี่คือเหตุผลที่ชัดเจน:

– ความเสถียรของราคา: Stablecoin ลดแรงสั่นสะเทือนที่พบในตลาดคริปโต ทำให้ผู้ลงทุนไม่ต้องกังวลถึงความผันผวนที่อาจทำให้ขาดทุน
– การโอนเงินสะดวกและรวดเร็ว: การใช้ Stablecoin โอนเงินข้ามประเทศสามารถจัดการได้ง่ายและถูกกว่าการโอนผ่านธนาคาร
– สภาพคล่องสูง: Stablecoin ทำให้ตลาดคริปโตมีสภาพคล่องมากขึ้น ช่วยให้นักเทรดสามารถดำเนินการซื้อขายได้ทันที

นอกจากนี้ Stablecoin ยังเป็นกุญแจสำคัญในการใช้งานในระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) ที่นักลงทุนไทยเริ่มสนใจมากขึ้น เพราะช่วยให้ระบบทำงานได้เหมือนธุรกรรมทางการเงินทั่วไปแต่มีความโปร่งใสและปลอดภัยสูง

แล้ว Stablecoin มีบทบาทอะไรในตลาดคริปโตไทยล่ะ? หากจะพูดตรงๆ ก็คือ Stablecoin เปรียบเสมือนสื่อกลางที่ทำให้การเคลื่อนย้ายเงินในโลกคริปโตเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยขึ้น ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องความผันผวนของราคา และยังช่วยให้นักลงทุนไทยสามารถป้องกันความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดไม่แน่นอนได้อย่างชัดเจน

ในส่วนของการเทรดและการลงทุน Stablecoin ยังใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการล็อกกำไรหรือถือสินทรัพย์ในช่วงที่ไม่ต้องการผันผวนจากตลาด นอกจากนั้นยังมีการใช้ Stablecoin ในการทำธุรกรรมต่าง ๆ รวมถึงการกู้ยืม การฝากสินทรัพย์ในแพลตฟอร์ม DeFi โดยที่ไม่ต้องแปลงกลับเป็นเงินสดทันที อีกทั้งในตลาดไทยเริ่มมีการยอมรับการใช้ Stablecoin ในระดับที่สูงขึ้นจากผู้ให้บริการเทรดหลัก ๆ และแพลตฟอร์มทางการเงินต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ Stablecoin จะมีข้อดีหลายประการ แต่เราก็ควรระวังถึงความเสี่ยงบางอย่าง เช่น ความเสี่ยงจากการผิดพลาดของผู้ดูแลสินทรัพย์ หน้าที่ในการตรวจสอบความโปร่งใส และข้อจำกัดด้านการกำกับดูแลที่ยังอยู่ในขั้นตอนพัฒนา

โดยสรุป Stablecoin คือหนึ่งในวิวัฒนาการที่สำคัญของโลกคริปโต ซึ่งช่วยแก้ปัญหาความผันผวนสูงในตลาดและเป็นเครื่องมือสำคัญที่นักลงทุนไทยเลือกใช้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและสภาพคล่องในพอร์ตของพวกเขา หากคุณกำลังสนใจจะเริ่มลงทุนในคริปโต Stablecoin ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจให้ครุ่นคิดอย่างยิ่ง

ข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติม:
– https://www.npr.org/2025/07/15/nx-s1-5467380/crypto-stablecoin-genius-act-congress
– https://www.ecb.europa.eu/press/financial-stability-publications/macroprudential-bulletin/html/ecb.mpbu202207_2~836f682ed7.en.html
– https://www.kraken.com/categories/stablecoins
– https://www.weforum.org/stories/2025/03/stablecoins-cryptocurrency-on-rise-financial-systems/

คำชี้แจง

เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้สร้างขึ้นโดย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากระบบ AI ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและงานวิจัยล่าสุดแบบ Real-time อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในการทำความเข้าใจข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะถูกสร้างโดยมนุษย์หรือ AI ก็ตาม

ทีมงาน NowTrd.com มุ่งมั่นที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือเพื่อมอบข้อมูลที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้อ่านทุกท่านอย่างมีความรับผิดชอบต่อความถูกต้อง หากพบข้อผิดพลาดหรือจุดบกพร่องใดๆ โปรดแจ้งให้เราทราบที่ [email protected] เพื่อร่วมพัฒนาเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ

Hot this week

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

Topics

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

PMI/ISM อ่านอย่างไร คู่มืออ่านดัชนีผู้จัดการจัดซื้อสำหรับเทรดเดอร์

PMI/ISM ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ที่โผล่ในปฏิทินเศรษฐกิจเดือนละครั้ง แต่คือเสียงจากผู้จัดการจัดซื้อที่อยู่หน้าโรงงานและออฟฟิศจริงๆ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่า PMI คืออะไร ISM ต่างจาก PMI เจ้าอื่นอย่างไร กลไก 50 จุดแปลว่าอะไร รวมถึงวิธีอ่าน PMI/ISM แบบทีละขั้นสำหรับเทรดเดอร์ทองและ Forex ที่ต้องการมองเกมเศรษฐกิจให้ขาดกว่าเดิม

ลูปจัดการอารมณ์ที่กั้นระหว่างเทรดเดอร์รอดกับพอร์ตพัง

ส่วนใหญ่พอร์ตไม่ได้พังเพราะกราฟ แต่พังเพราะเทรดเดอร์ไม่เคยรู้เลยว่า ช่วงไหน “ระบบคุมมือ” ช่วงไหน “อารมณ์คุมมือ”ไม้ที่เข้าเพราะ FOMO ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม้ปกติ แค่เห็นกราฟวิ่ง เห็นคนอื่นโชว์กำไร ก็รีบกดโดยไม่ทันเช็ก RR...

หลายครั้งไม่ได้แพ้ที่ “ทิศทางราคา” แต่แพ้ที่ “เหตุผลในการเข้าไม้”

ฝั่งหนึ่งเข้าเพราะกลัวตกรถ ราคาไปทางไหนก็วิ่งตาม อีกฝั่งหนึ่งเข้าเพราะรู้ชัดว่า ตรงนี้คือโซนได้เปรียบของตัวเอง Risk/Reward คุ้ม และยอมรับผลลัพธ์ได้ถ้าเราเคยไล่ซื้อทุกแท่งเขียว เคยเห็นคนอื่นกำไรแล้วทนไม่ได้ เคยเข้าตามฟีลโดยไม่รู้จุดตัดขาดทุน แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแบบ “แมงเม่า / นักพนัน” อยู่เงียบ ๆแต่...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img