Friday, February 6, 2026
30.3 C
Bangkok

รู้จัก Fibonacci Retracement ตัวช่วยจับจังหวะราคาหุ้นและฟอเร็กซ์อย่างแม่นยำ

คุณเคยสังเกตไหมว่าเวลาราคาหุ้นหรือฟอเร็กซ์เคลื่อนไหว มันมักจะหยุดพักหรือเปลี่ยนทิศทางในบางจุดที่ดูเหมือนจะเป็นแนวรับหรือแนวต้านที่สำคัญ? สำหรับผม การรู้จักเข้าใจและใช้งาน Fibonacci Retracement ถือเป็นกุญแจดอกหนึ่งที่เปิดประตูสู่การเทรดที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับเทรดเดอร์ไทยอย่างเราๆ ที่ต้องการจับจังหวะการเข้าซื้อหรือขายได้ถูกต้องและลดความเสี่ยงในตลาดที่ผันผวนนี้

ก่อนอื่นเลยนะครับ Fibonacci Retracement คืออะไร? มันคือเครื่องมือในทางเทคนิคที่ช่วยให้เราเห็นระดับราคาที่อาจเกิดการกลับตัวของราคา โดยจะลากเส้นจากจุดสูงสุดถึงจุดต่ำสุดของราคาที่เคลื่อนไหวในช่วงใดช่วงหนึ่ง แล้วหารความต่างราคานั้นด้วยอัตราส่วนที่เรียกว่าอัตราส่วนฟีโบนัชชี ซึ่งประกอบด้วย 23.6%, 38.2%, 50%, 61.8% และ 100% เส้นเหล่านี้จะทำหน้าที่เหมือนแนวรับและแนวต้านที่สำคัญ

แต่ทำไมต้องเป็น Fibonacci? เหตุผลมันอยู่ที่ธรรมชาติของตัวเลขฟีโบนัชชีที่พบในธรรมชาติและตลาดการเงินจำนวนมาก เป็นค่าที่บอกให้เรารู้ว่าราคาน่าจะไล่ตามแนวโน้มนี้ไปในทิศทางไหนก่อนที่จะพักหรือถอยกลับ แล้วเราจะใช้มันยังไงล่ะ?

มาเริ่มกันเลยดีกว่า

1. การเตรียมตัวก่อนใช้เครื่องมือ Fibonacci Retracement

ก่อนใช้งานจริง ทุกครั้งผมจะแกะกราฟดูอย่างละเอียดเพื่อดูว่าตลาดตอนนั้นอยู่ในช่วงแนวโน้มขาขึ้นหรือขาลง โดยถ้าเป็นแนวโน้มขาขึ้น เราจะลากเส้นจากจุดต่ำสุด (Swing Low) ขึ้นไปยังจุดสูงสุด (Swing High) เพื่อหาจุดที่ราคาจะพักหรือกลับตัว

ในทางกลับกัน ถ้าเป็นแนวโน้มขาลง เราจะลากจากจุดสูงสุดลงไปจุดต่ำสุดเพื่อดูระดับแนวรับที่ราคาอาจเคลื่อนไหวมาแล้วหยุดหรือตีกลับ

2. การตีเส้น Fibonacci และการตีความหมาย

เมื่อเราได้ลากเส้น Fibonacci Retracement บนกราฟแล้ว จะเห็นเส้นแนวนอนหลายเส้นที่แสดงระดับราคาตามค่าเปอร์เซ็นต์เหล่านั้น

– 23.6% คือ จุดที่ราคาอาจพักตัวรายย่อยก่อนจะวิ่งต่อ
– 38.2% และ 50% เป็นจุดที่มีโอกาสเกิดการกลับตัวของราคาอย่างชัดเจน
– 61.8% คือระดับที่ราคามักจะตอบสนองแรงมากที่สุด เพราะเป็นตัวเลขที่สำคัญเรียกว่า “อัตราส่วนทองคำ”

ผมมักจะจับตามองราคาที่เข้าใกล้เส้นเหล่านี้พร้อมกับดูพฤติกรรมของแท่งเทียนหรือ Price Action เพื่อยืนยันจังหวะซื้อหรือขาย

3. วิธีใช้ Fibonacci Retracement ในชีวิตจริงของเทรดเดอร์ไทย

ลองนึกภาพว่าคุณกำลังดูกราฟดัชนี SET หรือคู่เงิน EUR/USD อยู่ คุณสังเกตราคาวิ่งขึ้นแรงจาก 30,000 จุดไปถึง 31,000 จุด แต่ราคาก็เริ่มมีแรงขายออกมาและเราใช้ Fibonacci Retracement ไปวางเส้นจาก 30,000 ถึง 31,000

ราคากลับลงมาสักพักและหยุดพักที่ระดับ 38.2% หรือประมาณ 30,618 จุด นี่คือโอกาสที่ดีมากถ้าเราเห็นแท่งเทียนกลับตัว เช่น Hammer หรือ Pin Bar ที่สื่อความหมายว่าผู้ซื้อยังแกร่งอยู่ นี่แหละครับที่ผมเรียกว่าจังหวะเข้าซื้อที่เหมาะสม

4. ข้อควรระวังและเทคนิคเพิ่มเติม

– Fibonacci ไม่ใช่เครื่องมือที่ให้ผลลัพธ์แน่นอน 100% เสมอไป ต้องใช้คู่กับเครื่องมืออื่นๆ อย่าง RSI, MACD หรือแม้แต่การวิเคราะห์ข่าวสารเพื่อยืนยัน
– อย่าลืมตั้ง Stop Loss ในจุดที่เหมาะสม เช่น เลยระดับ 61.8% ถ้าราคาผ่านไปแสดงว่าการกลับตัวอาจจะไม่เกิด
– ฝึกฝนและใช้กราฟเวลาหลากหลาย (Timeframes) เพื่อตรวจสอบระดับ Fibonacci ให้ละเอียดขึ้น

5. ตัวอย่างการใช้ Fibonacci Retracement ในตลาดหุ้นไทย

ผมนึกถึงกรณีของการที่หุ้น XYZ ของตลาดหุ้นไทยราคาพุ่งขึ้นจาก 10 บาทไป 15 บาท หลังจากที่ผมลาก Fibonacci บนกราฟ และได้เห็นว่าราคาถอยมาที่เส้น 50% ที่ 12.5 บาท พร้อมแท่งเทียน Doji ที่บ่งบอกว่ามีการต่อสู้กันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย นั่นจุดนี้เองเป็นตำแหน่งที่เหมาะสำหรับการเข้าซื้อเพราะราคาน่าจะกลับขึ้นไปต่อ

6. สรุปและข้อคิดส่งท้าย

การเข้าใจและใช้ Fibonacci Retracement ไม่ใช่เรื่องยากหากเราฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอและประยุกต์ใช้ควบคู่กับการวิเคราะห์ทางเทคนิคอื่นๆ ตามประสบการณ์ส่วนตัวของผม นี่คือเครื่องมือที่ช่วยให้คุณจับจังหวะตลาดได้ชัดเจนขึ้น เข้าใจว่าราคาจะพักหรือกลับตัวตรงไหน และลดความเสี่ยงในการเทรดลงอย่างมาก

ดังนั้น สำหรับเทรดเดอร์ไทย ไม่ว่าจะมือใหม่หรือมือโปร การศึกษาและฝึกฝน Fibonacci Retracement คือการลงทุนที่คุ้มค่าและช่วยเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจเทรดของคุณได้อย่างแท้จริง

แหล่งข้อมูลสำหรับศึกษาเพิ่มเติม:
– https://www.forextime.com/th/education/forex-tutorials/retracement-in-forex-trading
– https://www.litefinance.org/th/blog/for-beginners/best-forex-indicators/fibonacci-retracement/
– https://www.mitrade.com/th/insights/learn/basics/what-is-fibonacci
– https://hmarkets.com/th/learn-to-trade/learning-hub/fibonacci/
– https://www.exness.com/th/indices/fibonacci-retracements/

คำชี้แจง

เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้สร้างขึ้นโดย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากระบบ AI ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและงานวิจัยล่าสุดแบบ Real-time อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในการทำความเข้าใจข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะถูกสร้างโดยมนุษย์หรือ AI ก็ตาม

ทีมงาน NowTrd.com มุ่งมั่นที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือเพื่อมอบข้อมูลที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้อ่านทุกท่านอย่างมีความรับผิดชอบต่อความถูกต้อง หากพบข้อผิดพลาดหรือจุดบกพร่องใดๆ โปรดแจ้งให้เราทราบที่ [email protected] เพื่อร่วมพัฒนาเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ

Hot this week

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

Topics

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

PMI/ISM อ่านอย่างไร คู่มืออ่านดัชนีผู้จัดการจัดซื้อสำหรับเทรดเดอร์

PMI/ISM ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ที่โผล่ในปฏิทินเศรษฐกิจเดือนละครั้ง แต่คือเสียงจากผู้จัดการจัดซื้อที่อยู่หน้าโรงงานและออฟฟิศจริงๆ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่า PMI คืออะไร ISM ต่างจาก PMI เจ้าอื่นอย่างไร กลไก 50 จุดแปลว่าอะไร รวมถึงวิธีอ่าน PMI/ISM แบบทีละขั้นสำหรับเทรดเดอร์ทองและ Forex ที่ต้องการมองเกมเศรษฐกิจให้ขาดกว่าเดิม

ลูปจัดการอารมณ์ที่กั้นระหว่างเทรดเดอร์รอดกับพอร์ตพัง

ส่วนใหญ่พอร์ตไม่ได้พังเพราะกราฟ แต่พังเพราะเทรดเดอร์ไม่เคยรู้เลยว่า ช่วงไหน “ระบบคุมมือ” ช่วงไหน “อารมณ์คุมมือ”ไม้ที่เข้าเพราะ FOMO ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม้ปกติ แค่เห็นกราฟวิ่ง เห็นคนอื่นโชว์กำไร ก็รีบกดโดยไม่ทันเช็ก RR...

หลายครั้งไม่ได้แพ้ที่ “ทิศทางราคา” แต่แพ้ที่ “เหตุผลในการเข้าไม้”

ฝั่งหนึ่งเข้าเพราะกลัวตกรถ ราคาไปทางไหนก็วิ่งตาม อีกฝั่งหนึ่งเข้าเพราะรู้ชัดว่า ตรงนี้คือโซนได้เปรียบของตัวเอง Risk/Reward คุ้ม และยอมรับผลลัพธ์ได้ถ้าเราเคยไล่ซื้อทุกแท่งเขียว เคยเห็นคนอื่นกำไรแล้วทนไม่ได้ เคยเข้าตามฟีลโดยไม่รู้จุดตัดขาดทุน แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแบบ “แมงเม่า / นักพนัน” อยู่เงียบ ๆแต่...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img