Sunday, January 25, 2026
28.5 C
Bangkok

ทำไม Stablecoin ถึงเป็นเหรียญที่คริปโตสายลงทุนไม่ควรมองข้าม

คุณเคยสงสัยไหมว่าเพื่อน ๆ ที่เล่นคริปโตมักพูดถึงเหรียญ Stablecoin กันบ่อยจัง ทำไมเหรียญนี้ถึงได้รับความสนใจมาก แล้วยิ่งตอนตลาดขึ้น ๆ ลง ๆ ผันผวนสุด ๆ เหรียญนี้เหมือนจะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ใคร ๆ ก็อยากใช้เป็นที่เก็บมูลค่าเอาไว้นิ่ง ๆ ขอแชร์ประสบการณ์และความเข้าใจแบบตรง ๆ ในฐานะคนที่อยู่ในวงการคริปโตและติดตามเรื่องนี้มานานนะครับ

ก่อนอื่นเลย เหรียญ Stablecoin คืออะไร? ขอเล่าให้เข้าใจง่ายสุด ๆ Stablecoin คือเหรียญคริปโตประเภทหนึ่งที่ถูกออกแบบมาให้มูลค่าคงที่ แทนที่จะขึ้นลงเหมือน Bitcoin หรือ Ethereum ที่ราคาเด้งดึ๋ง ๆ ตลอดเวลา แต่ Stablecoin จะถูกตั้งค่าให้ผูกติดกับมูลค่าของสินทรัพย์ที่มีราคาคงที่ หรือผูกกับสกุลเงินดั้งเดิมที่เราใช้กันทั่วไป เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ

จุดประสงค์หลัก ๆ ของ Stablecoin คือการลดความผันผวนที่เกิดขึ้นกับเหรียญคริปโตตัวอื่น ๆ นั่นแหละ เพราะในโลกคริปโตที่ขึ้น ๆ ลง ๆ อย่างรวดเร็วนั้น นักลงทุนที่ต้องการเก็บเงินไว้ชั่วคราว หรือทำธุรกรรมแบบไม่อยากเสี่ยงกับความผันผวน มักเลือก Stablecoin มาใช้งาน

ประเภทของเหรียญ Stablecoin มีอยู่หลายแบบด้วยกัน ชนิดแรกคือ Fiat-collateralized Stablecoin ก็คือเหรียญที่ได้รับการค้ำประกันด้วยเงินเฟียตที่เราใช้กันจริง ๆ เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ ยูโร เป็นต้น ตัวอย่างที่เราคุ้นเคยกันดีคือ USDT และ USDC เหรียญเหล่านี้เขาจะเก็บเงินสดจริง ๆ เอาไว้สำรอง เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนเหรียญที่ออกมาในระบบ ทำให้มูลค่าคงที่ เกิดความน่าเชื่อถือสูง

ส่วนอีกประเภทหนึ่งคือ Commodity-collateralized Stablecoin คือเหรียญที่ค้ำประกันด้วยสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างทองคำ น้ำมัน หรือโลหะมีค่าอื่น ๆ ชนิดนี้มีความน่าสนใจ เพราะให้ความมั่นคงสูงขึ้น เพราะถ้าราคาทองคำปรับตัวขึ้นหรือลง อย่างน้อยมูลค่าของเหรียญก็สัมพันธ์กับสินทรัพย์จริงที่รับรองอยู่ อย่าง Digix Gold (DGX) เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน

ยังมีอีกชนิดที่น่ารู้คือ Crypto-collateralized Stablecoin ซึ่งเหรียญพวกนี้จะถูกค้ำประกันด้วยสกุลเงินดิจิทัลอื่น เช่น Ethereum หรือ Bitcoin อย่าง DAI ซึ่งเป็นเหรียญ Stablecoin ที่มีความโปร่งใสสูงและได้ความนิยมในวง DeFi ด้วย

ตอนนี้คุณอาจสงสัยว่าทำไมเหรียญ Stablecoin ถึงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในตลาดคริปโต? คำตอบง่าย ๆ เลยคือมันเป็นเหมือนเกราะป้องกันความเสี่ยงในโลกที่ราคาผันผวนถึงขนาดวิ่งกันสุด ๆ ใครไม่อยากเล่นเกมกับความปั่นป่วนของราคา Stablecoin เป็นเครื่องมือช่วยรักษาความมั่นคงของเงินทุนได้ดีทีเดียว

และในฐานะนักลงทุนมืออาชีพ แน่นอนว่าความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือคือสิ่งที่สำคัญมาก Stablecoin อย่าง USDC ได้รับความไว้วางใจสูงด้วยการดูแลเงินสำรองที่ชัดเจน และมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ จุดนี้ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการที่เหรียญจะสูญเสียมูลค่าแบบฉับพลัน เพราะมีรองรับด้วยสินทรัพย์จริง

อีกเรื่องที่หลายคนสนใจคือ การนำ Stablecoin ไปใช้ในระบบการเงินดิจิทัล เช่น DeFi หรือ NFT ต่าง ๆ ที่ต้องการความเสถียรในการทำธุรกรรม ถ้าเป็นเหรียญคริปโตทั่วไป ราคากระโดดแรงเกินไป ทำให้การคำนวณหรือมูลค่ากลางลำบากมาก Stablecoin กลายเป็นสะพานที่ช่วยเชื่อมต่อโลกคริปโตกับเศรษฐกิจดั้งเดิมได้อย่างแนบเนียน

พูดง่าย ๆ ก็คือ Stablecoin ไม่ใช่แค่เครื่องมือที่ใช้ในวงการคริปโตเพื่อรักษามูลค่า แต่ยังสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในการพัฒนาระบบการเงินดิจิทัลที่ยั่งยืนและปลอดภัยขึ้นอีกด้วย

ถ้าคุณคือคนที่กำลังก้าวเข้ามาในโลกของสกุลเงินดิจิทัล และอยากเก็บเงินหรือทำธุรกรรมโดยไม่ต้องเสี่ยงต่อความผันผวน Strongly แนะนำให้ศึกษาและทำความเข้าใจ Stablecoin ดี ๆ เพราะนั่นคือเครื่องมือที่ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นคงของพอร์ตลงทุนได้อย่างแน่นอน

สุดท้ายนี้ การเลือกใช้งาน Stablecoin ควรดูระบบการบริหารเงินสำรอง ความน่าเชื่อถือของผู้ออกเหรียญ และความโปร่งใสในการตรวจสอบด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าเหรียญที่คุณถืออยู่มีคุณภาพและปลอดภัยจริง ๆ

เป้าหมายของการเลือกเล่น Stablecoin จึงไม่ใช่เพียงแค่ลดความผันผวน แต่คือการเพิ่มความมั่นคงทางการเงินในโลกคริปโตที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนนั่นเองครับ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
– Merkle Capital, “Stablecoin คืออะไร? เหรียญคริปโตฯ ที่มูลค่าคงที่” https://merkle.capital/articles/what-is-stable-coin
– efinanceThai, “Stablecoin เหรียญเปลี่ยนโลก” https://www.efinancethai.com/Fintech/FintechMain.aspx?name=ft_202410111543
– Bitkub Academy, “USDC คืออะไร? ทำไมถึงเป็นหนึ่งใน Stablecoins ที่ปลอดภัยที่สุด?” https://www.bitkubacademy.com/th/blog/what-is-usdc-and-why-is-it-known-as-one-of-the-safest-stablecoins
– MEXC Blog, “Stablecoin คืออะไร? คู่มือสำหรับผู้เริ่มต้น” https://blog.mexc.com/th/what-is-a-stablecoin

คำชี้แจง

เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้สร้างขึ้นโดย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากระบบ AI ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและงานวิจัยล่าสุดแบบ Real-time อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในการทำความเข้าใจข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะถูกสร้างโดยมนุษย์หรือ AI ก็ตาม

ทีมงาน NowTrd.com มุ่งมั่นที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือเพื่อมอบข้อมูลที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้อ่านทุกท่านอย่างมีความรับผิดชอบต่อความถูกต้อง หากพบข้อผิดพลาดหรือจุดบกพร่องใดๆ โปรดแจ้งให้เราทราบที่ [email protected] เพื่อร่วมพัฒนาเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ

Hot this week

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

Topics

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

PMI/ISM อ่านอย่างไร คู่มืออ่านดัชนีผู้จัดการจัดซื้อสำหรับเทรดเดอร์

PMI/ISM ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ที่โผล่ในปฏิทินเศรษฐกิจเดือนละครั้ง แต่คือเสียงจากผู้จัดการจัดซื้อที่อยู่หน้าโรงงานและออฟฟิศจริงๆ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่า PMI คืออะไร ISM ต่างจาก PMI เจ้าอื่นอย่างไร กลไก 50 จุดแปลว่าอะไร รวมถึงวิธีอ่าน PMI/ISM แบบทีละขั้นสำหรับเทรดเดอร์ทองและ Forex ที่ต้องการมองเกมเศรษฐกิจให้ขาดกว่าเดิม

ลูปจัดการอารมณ์ที่กั้นระหว่างเทรดเดอร์รอดกับพอร์ตพัง

ส่วนใหญ่พอร์ตไม่ได้พังเพราะกราฟ แต่พังเพราะเทรดเดอร์ไม่เคยรู้เลยว่า ช่วงไหน “ระบบคุมมือ” ช่วงไหน “อารมณ์คุมมือ”ไม้ที่เข้าเพราะ FOMO ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม้ปกติ แค่เห็นกราฟวิ่ง เห็นคนอื่นโชว์กำไร ก็รีบกดโดยไม่ทันเช็ก RR...

หลายครั้งไม่ได้แพ้ที่ “ทิศทางราคา” แต่แพ้ที่ “เหตุผลในการเข้าไม้”

ฝั่งหนึ่งเข้าเพราะกลัวตกรถ ราคาไปทางไหนก็วิ่งตาม อีกฝั่งหนึ่งเข้าเพราะรู้ชัดว่า ตรงนี้คือโซนได้เปรียบของตัวเอง Risk/Reward คุ้ม และยอมรับผลลัพธ์ได้ถ้าเราเคยไล่ซื้อทุกแท่งเขียว เคยเห็นคนอื่นกำไรแล้วทนไม่ได้ เคยเข้าตามฟีลโดยไม่รู้จุดตัดขาดทุน แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแบบ “แมงเม่า / นักพนัน” อยู่เงียบ ๆแต่...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img