เมื่อพูดถึงอุตสาหกรรมที่เป็นหัวใจของเทคโนโลยีสมัยใหม่ สิ่งหนึ่งที่ผมไม่อาจมองข้ามได้เลยคือ “อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์” หรือชิ้นส่วนที่ทำหน้าที่เปรียบเหมือนสมองของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด วันนี้ผมอยากเล่าให้ฟังถึงโอกาสและความท้าทายของอุตสาหกรรมนี้ในตลาดโลก ที่ผมเชื่อว่าเป็นหัวใจสำคัญแห่งยุคดิจิทัลที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
มาคุยกันก่อนว่า เซมิคอนดักเตอร์มันมีอะไรดี? มันคือองค์ประกอบที่ทำให้คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน รถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงอุปกรณ์ IoT ต่าง ๆ สามารถทำงานได้อย่างฉลาดและรวดเร็ว โดยเฉพาะในยุคที่ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทสูงขึ้นมากในทุกวงการ ทำให้บริษัทผู้ผลิตชิปต่างเร่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้ชิปมีขนาดเล็กลงแต่มีความสามารถมากขึ้น เร็วขึ้น และกินพลังงานน้อยลง
เมื่อดูเทรนด์ตลาดเซมิคอนดักเตอร์ในปี 2024 ต้องบอกว่ามันเติบโตอย่างน่าตื่นเต้น รายได้รวมทั่วโลกถูกคาดการณ์ว่าจะสูงถึง 642 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และอัตราการเติบโตสูงถึง 19% จากปีที่ผ่านมา นี่ถือว่าเป็นสัญญาณบวกที่แข็งแกร่งมากสำหรับนักลงทุนและคนที่สนใจเทคโนโลยี
ทีนี้มาดูกันที่จุดแข็งของบริษัทใหญ่ๆ ในวงการนี้ อย่างแรกเลย TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company) ซึ่งเป็นเจ้าตลาดในด้านการผลิตชิปแบบฟาวน์ดรี ที่หมายความว่าพวกเขารับจ้างผลิตชิปให้กับแบรนด์ต่าง ๆ ทั่วโลก ในปี 2023 แม้ว่าจะมีความท้าทายในวงการนี้อยู่บ้าง แต่ TSMC ก็ยังคงรักษาส่วนแบ่งการตลาดและพัฒนาขั้นสูงของเทคโนโลยีการผลิตชิป เช่น กระบวนการผลิตที่ 3 นาโนเมตร ที่ช่วยให้ชิปมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในทางตรงกันข้าม Samsung ก็ไม่ใช่ใครหน้าไหน พวกเขาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในตลาดฟาวน์ดรีเช่นกัน โดยมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 9.3% ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2024 และยังบุกเบิกพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาด AI และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลากหลายประเภท
ส่วน Intel ที่หลายคนคุ้นเคยเป็นอย่างดีนั้น มีความต่างจากทั้งสองรายก่อนหน้า เพราะพวกเขาเป็น IDM (Integrated Device Manufacturer) ที่ดูแลตั้งแต่การออกแบบจนถึงการผลิตภายในองค์กรเอง แม้ว่าจะยังไม่ใช่ผู้เล่นหลักในตลาดฟาวน์ดรีแบบเปิด แต่ก็มีขีดความสามารถในการผลิตสูงเป็นอันดับ 6 ของโลก และกำลังพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อแข่งขันในตลาดนี้
สำหรับนักลงทุนไทยแล้ว เรื่องนี้น่าสนใจมาก เพราะหุ้นของบริษัทเหล่านี้ยังไม่เป็นที่แพร่หลายหรือเข้าใจอย่างลึกซึ้งในกลุ่มนักลงทุนบ้านเรา ผมเห็นว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะเริ่มศึกษาและจับตาการลงทุนในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่เทคโนโลยี AI และ 5G กำลังบูมอย่างต่อเนื่อง
ยังไงก็ตาม การลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ก็ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป ยังมีความท้าทายหลายอย่าง เช่น ความซับซ้อนของห่วงโซ่อุปทาน ตลาดที่ผันผวนตามนโยบายรัฐบาลและสงครามการค้า รวมถึงการแข่งขันสูงที่ทำให้แต่ละบริษัทต้องเร่งพัฒนาและลงทุนจำนวนมากเพื่อรักษาความได้เปรียบ
สรุปแล้ว ผมมองว่าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ยังคงเป็นสนามแข่งที่น่าติดตามและเต็มไปด้วยโอกาสสำหรับนักลงทุนที่พร้อมจะลงลึกไปกับเทคโนโลยีขั้นสูงและตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ไม่ว่าจะเป็นจากบริษัท TSMC, Samsung หรือ Intel ทั้งสามมีความแข็งแกร่งแต่ก็ต้องเจอกับความท้าทายเหมือนกัน หากเราเข้าใจภาพรวมและแนวโน้มของตลาดนี้ดี จะช่วยให้การตัดสินใจลงทุนมีข้อมูลและมุมมองที่ชัดเจนมากขึ้น
ผมหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มากขึ้นและรู้สึกอยากติดตามข่าวสารเพื่อโอกาสลงทุนที่อาจยังไม่ถูกพูดถึงมากในไทยครับ
คำชี้แจง
เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้สร้างขึ้นโดย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากระบบ AI ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและงานวิจัยล่าสุดแบบ Real-time อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในการทำความเข้าใจข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะถูกสร้างโดยมนุษย์หรือ AI ก็ตาม
ทีมงาน NowTrd.com มุ่งมั่นที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือเพื่อมอบข้อมูลที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้อ่านทุกท่านอย่างมีความรับผิดชอบต่อความถูกต้อง หากพบข้อผิดพลาดหรือจุดบกพร่องใดๆ โปรดแจ้งให้เราทราบที่ [email protected] เพื่อร่วมพัฒนาเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ





