Friday, January 16, 2026
35 C
Bangkok

เข้าใจคลื่น Elliott Wave เทคนิคเด็ดช่วยเทรดง่ายและแม่นยำกว่าเดิม

ตอนที่ผมเริ่มต้นกับการเทรดหุ้นและฟอเร็กซ์ ผมเคยรู้สึกเหมือนกับหลายๆ คน คือรู้สึกว่าสัญญาณจากตลาดมันสับสน ยากจะจับจังหวะให้ถูกต้อง จนได้มาเจอกับ Elliott Wave หรือทฤษฎีคลื่น Elliott ที่เปลี่ยนวิธีมองตลาดของผมไปโดยสิ้นเชิง วันนี้ผมอยากแบ่งปันประสบการณ์และความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับการวิเคราะห์เชิงเทคนิคขั้นสูงนี้ ที่เน้นให้เทรดเดอร์ไทยเข้าใจง่าย และนำไปใช้จับจังหวะตลาดได้อย่างมืออาชีพ

มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า Elliott Wave คืออะไร Elliott Wave เป็นทฤษฎีวิเคราะห์ทางเทคนิคที่พัฒนาโดย Ralph Nelson Elliott ในช่วงปี 1930 โดยเขาสังเกตว่าแนวโน้มราคาหุ้นจะเคลื่อนไหวเป็นรูปแบบคลื่นซ้ำๆ ซึ่งคลื่นเหล่านี้สะท้อนพฤติกรรมของผู้คนในตลาด ที่มีความโลภและความกลัวผสมผสานกันอย่างสุดขั้ว

จุดเด่นของทฤษฎีนี้คือ การแบ่งคลื่นออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือ คลื่นขับเคลื่อน (Impulse Waves) และคลื่นแก้ไข (Corrective Waves) คลื่นขับเคลื่อนมีทั้งหมด 5 คลื่นในทิศทางแนวโน้มหลัก (ขึ้นหรือลง) ขณะที่คลื่นแก้ไขจะเป็น 3 คลื่นที่เคลื่อนไหวย้อนกลับ ในเชิงจิตวิทยา กระบวนการนี้บอกเล่าเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงความรู้สึกของนักลงทุนในแต่ละขั้นตอน

สำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการนำ Elliott Wave มาใช้ ประเด็นสำคัญคือการนับคลื่นอย่างแม่นยำและการวินิจฉัยรูปแบบคลื่นต่างๆ เช่น Flat, Zigzag, Triangle ซึ่งแต่ละแบบมีลักษณะการเคลื่อนที่และความหมายที่แตกต่างกัน การฝึกฝนการนับคลื่นให้ถูกต้องต้องอาศัยความอดทนและประสบการณ์จริงครับ

ผมอยากให้ลองนึกภาพว่าเมื่อเราสามารถจับจังหวะคลื่นขับเคลื่อนได้ เราก็จะสามารถวางแผนจุดซื้อขายได้ดีขึ้น เช่น ในคลื่นที่ 3 ซึ่งมักเป็นคลื่นที่มีกำลังแรงที่สุด ถือเป็นโอกาสทองสำหรับการเปิดสถานะซื้อ หรือในช่วงคลื่นที่ 5 ที่อาจเป็นเวลาขายออกก่อนที่ราคาจะพักตัวหรือปรับฐาน

นอกจากนี้ การใช้ Elliott Wave เพียงอย่างเดียวอาจทำให้เกิดความคลุมเครือได้ เทคนิคที่ผมแนะนำคือการผสมผสานกับเครื่องมืออื่นๆ อย่าง Fibonacci Retracement เพื่อช่วยระบุระดับแนวรับแนวต้าน หรือเครื่องมือเสริมอย่าง RSI เพื่อยืนยันสัญญาณจังหวะเข้าหรือออกตลาด

สำหรับเทรดเดอร์ไทย การเข้าใจตลาดที่มีความผันผวนสูงและข่าวสารทั้งในและต่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญ การวิเคราะห์ Elliott Wave ช่วยให้เรามีกรอบคิดและแผนงานที่เป็นระบบ ไม่ไหลไปตามกระแสข่าวลือหรือแรงกดดันจากอารมณ์ตลาดมากเกินไป

มาลองดูตัวอย่างกราฟง่ายๆ ที่ผมเคยใช้ในช่วงเทรดทองคำ ตั้งแต่การนับคลื่นขับเคลื่อน 1-5 และตามด้วยคลื่นแก้ไข A-B-C วิธีนี้ทำให้ผมสามารถตั้ง Stop Loss และ Take Profit ได้อย่างชัดเจน ลดความหวังลมๆแล้งๆ และเพิ่มโอกาสทำกำไรอย่างมั่นคง

สรุปให้เข้าใจง่ายๆ คือ Elliott Wave ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือวิเคราะห์กราฟทั่วไป แต่เป็นภาษาที่บอกเล่าเรื่องราวจิตวิทยาของผู้เล่นในตลาด และเป็นเข็มทิศที่ช่วยให้เราเดินทางในตลาดด้วยความมั่นใจและมีระบบ อย่าลืมนะครับว่าการเป็นเทรดเดอร์ที่ดีต้องมีความต่อเนื่องในการศึกษาและฝึกฝนใช้งานเครื่องมือต่างๆ เพื่อพัฒนาฝีมือและเพิ่มโอกาสในการทำกำไรอย่างมีประสิทธิภาพ

ถ้าคุณคือเทรดเดอร์ไทยที่อยากก้าวไปอีกขั้นในเส้นทางนี้ ผมขอแนะนำให้ศึกษา Elliott Wave อย่างละเอียดและเจ้ากี้เจ้าการกับการฝึกฝน เพราะนี่คือหนึ่งในเครื่องมือที่สามารถยกระดับการวิเคราะห์และการเทรดของคุณได้อย่างแท้จริง

คำชี้แจง

เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้สร้างขึ้นโดย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากระบบ AI ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและงานวิจัยล่าสุดแบบ Real-time อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในการทำความเข้าใจข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะถูกสร้างโดยมนุษย์หรือ AI ก็ตาม

ทีมงาน NowTrd.com มุ่งมั่นที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือเพื่อมอบข้อมูลที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้อ่านทุกท่านอย่างมีความรับผิดชอบต่อความถูกต้อง หากพบข้อผิดพลาดหรือจุดบกพร่องใดๆ โปรดแจ้งให้เราทราบที่ [email protected] เพื่อร่วมพัฒนาเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ

Hot this week

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

Topics

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

PMI/ISM อ่านอย่างไร คู่มืออ่านดัชนีผู้จัดการจัดซื้อสำหรับเทรดเดอร์

PMI/ISM ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ที่โผล่ในปฏิทินเศรษฐกิจเดือนละครั้ง แต่คือเสียงจากผู้จัดการจัดซื้อที่อยู่หน้าโรงงานและออฟฟิศจริงๆ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่า PMI คืออะไร ISM ต่างจาก PMI เจ้าอื่นอย่างไร กลไก 50 จุดแปลว่าอะไร รวมถึงวิธีอ่าน PMI/ISM แบบทีละขั้นสำหรับเทรดเดอร์ทองและ Forex ที่ต้องการมองเกมเศรษฐกิจให้ขาดกว่าเดิม

ลูปจัดการอารมณ์ที่กั้นระหว่างเทรดเดอร์รอดกับพอร์ตพัง

ส่วนใหญ่พอร์ตไม่ได้พังเพราะกราฟ แต่พังเพราะเทรดเดอร์ไม่เคยรู้เลยว่า ช่วงไหน “ระบบคุมมือ” ช่วงไหน “อารมณ์คุมมือ”ไม้ที่เข้าเพราะ FOMO ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม้ปกติ แค่เห็นกราฟวิ่ง เห็นคนอื่นโชว์กำไร ก็รีบกดโดยไม่ทันเช็ก RR...

หลายครั้งไม่ได้แพ้ที่ “ทิศทางราคา” แต่แพ้ที่ “เหตุผลในการเข้าไม้”

ฝั่งหนึ่งเข้าเพราะกลัวตกรถ ราคาไปทางไหนก็วิ่งตาม อีกฝั่งหนึ่งเข้าเพราะรู้ชัดว่า ตรงนี้คือโซนได้เปรียบของตัวเอง Risk/Reward คุ้ม และยอมรับผลลัพธ์ได้ถ้าเราเคยไล่ซื้อทุกแท่งเขียว เคยเห็นคนอื่นกำไรแล้วทนไม่ได้ เคยเข้าตามฟีลโดยไม่รู้จุดตัดขาดทุน แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแบบ “แมงเม่า / นักพนัน” อยู่เงียบ ๆแต่...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img