Saturday, January 17, 2026
26 C
Bangkok

ลงทุนทองคำหรือเงินดี? เลือกอย่างไรให้พอร์ตมั่นคงในปี 2024

เมื่อเราพูดถึงการลงทุนในโลหะมีค่า หลายคนมักจะนึกถึงทองคำและเงิน อย่างที่รู้กันดีว่าทั้งสองนั้นเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณค่าและได้รับความนิยมจากนักลงทุนทั่วโลก รวมไปถึงตลาดไทยด้วย แต่จะเลือกลงทุนในทองคำหรือเงินดี หรือควรถือทั้งสองในพอร์ตการลงทุนอย่างไรให้สมดุลนั้น เป็นคำถามที่นักลงทุนไทยหลายคนกำลังสงสัยกันอยู่ วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องนี้ด้วยมุมมองแบบคนที่คลุกคลีในวงการการลงทุนโลหะมีค่ามานาน และจะพาไปเจาะลึกถึงความแตกต่าง การใช้ประโยชน์ และบทบาทที่ต่างกันของทองคำและเงินในการสร้างพอร์ตการเงินที่มั่นคง

เข้าใจความแตกต่างพื้นฐานของทองคำและเงินกันก่อนเลยนะครับ ทองคำมักถูกมองว่าเป็น “เครื่องมือแห่งความมั่นคง” มันเก็บมูลค่าได้ดีและให้ความมั่นใจในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอน เช่น ความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ภาวะเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าหรือตลาดหุ้นผันผวน ทองคำมักจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษเมื่อเงินเฟ้อสูงหรือตลาดเกิดวิกฤต เพราะมันทำหน้าที่เป็นที่หลบภัยที่ปลอดภัย (safe haven) ได้ดีมาก ๆ

ในทางกลับกัน เงินนั้นมีความผันผวนสูงกว่าทองคำ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจขยายตัวและภาคอุตสาหกรรมต้องการมาก เพราะเงินมีการใช้งานในอุตสาหกรรมสูง เช่น อิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่ และแผงโซลาร์เซลล์ นั่นทำให้ราคาของเงินมีความสัมพันธ์กับแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกพอสมควร และก็เป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนจากการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่าการเก็บมูลค่าแบบปลอดภัย

ทีนี้ถ้าเรามาดูกันในบริบทของนักลงทุนไทย การลงทุนในทองคำถือว่ามีความนิยมและง่ายต่อการเข้าถึง ไม่ว่าจะเป็นทองรูปพรรณ ทองคำแท่ง หรือผ่านกองทุนรวมทองคำ ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามราคาทองคำโลกซึ่งอาจผันผวนตามสภาพเศรษฐกิจระหว่างประเทศ รวมถึงนโยบายการเงินของสหรัฐและการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในไทยด้วย

ส่วนเงินนั้น นักลงทุนไทยสามารถลงทุนผ่านกองทุนเหมืองแร่เงิน หรือกองทุนที่เกี่ยวกับโลหะเงิน รวมถึงซื้อเงินแท่งหรือเหรียญเงินเพื่อถือครอง แต่ด้วยความผันผวนในราคาที่สูงกว่าทองคำ นักลงทุนต้องมีความใจเย็นและกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงที่ดี

ในเรื่องของพอร์ตการลงทุน การผสมผสานระหว่างทองคำและเงินในสัดส่วนที่เหมาะสมจะช่วยให้พอร์ตมีความมั่นคงและมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดี โดยทั่วไปนักลงทุนอาจเลือกถือทองคำในสัดส่วนราว 10-20% ของพอร์ตเพื่อป้องกันความเสี่ยงและเงินในสัดส่วนประมาณ 5-10% เพื่อเก็งกำไรและเพิ่มโอกาสผลตอบแทน แต่ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับเป้าหมายการลงทุนและระดับความเสี่ยงที่แต่ละคนรับได้

ผมขอแนะนำให้ทุกคนติดตามข้อมูลข่าวสารและแนวโน้มของราคาทองคำและเงินอย่างต่อเนื่อง เพราะปี 2024 นี้มีปัจจัยที่หลากหลาย เช่น นโยบายการเงินโลก ภาวะเงินเฟ้อ และความต้องการใช้โลหะในอุตสาหกรรม ซึ่งล้วนส่งผลต่อราคาของทั้งสองโลหะนี้ทั้งสิ้น

สุดท้าย การลงทุนต้องมีความรอบคอบและเหมาะสมกับสไตล์ของแต่ละคน การรู้จักจังหวะการเข้าซื้อและขาย การบริหารจัดการความเสี่ยง และการกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม จะทำให้พอร์ตของคุณเข้มแข็งและสามารถผ่านช่วงเวลาที่ผันผวนได้อย่างมั่นใจ

ถ้าคุณกำลังคิดจะลงทุนในทองคำหรือเงินในปีนี้ อย่าลืมพิจารณาแต่ละตัวอย่างรอบด้าน และเลือกผสมผสานในพอร์ตของคุณให้เหมาะสมกับเป้าหมายและความต้องการของตัวเองนะครับ

คำชี้แจง

เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้สร้างขึ้นโดย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากระบบ AI ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและงานวิจัยล่าสุดแบบ Real-time อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในการทำความเข้าใจข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะถูกสร้างโดยมนุษย์หรือ AI ก็ตาม

ทีมงาน NowTrd.com มุ่งมั่นที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือเพื่อมอบข้อมูลที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้อ่านทุกท่านอย่างมีความรับผิดชอบต่อความถูกต้อง หากพบข้อผิดพลาดหรือจุดบกพร่องใดๆ โปรดแจ้งให้เราทราบที่ [email protected] เพื่อร่วมพัฒนาเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ

Hot this week

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

Topics

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

PMI/ISM อ่านอย่างไร คู่มืออ่านดัชนีผู้จัดการจัดซื้อสำหรับเทรดเดอร์

PMI/ISM ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ที่โผล่ในปฏิทินเศรษฐกิจเดือนละครั้ง แต่คือเสียงจากผู้จัดการจัดซื้อที่อยู่หน้าโรงงานและออฟฟิศจริงๆ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่า PMI คืออะไร ISM ต่างจาก PMI เจ้าอื่นอย่างไร กลไก 50 จุดแปลว่าอะไร รวมถึงวิธีอ่าน PMI/ISM แบบทีละขั้นสำหรับเทรดเดอร์ทองและ Forex ที่ต้องการมองเกมเศรษฐกิจให้ขาดกว่าเดิม

ลูปจัดการอารมณ์ที่กั้นระหว่างเทรดเดอร์รอดกับพอร์ตพัง

ส่วนใหญ่พอร์ตไม่ได้พังเพราะกราฟ แต่พังเพราะเทรดเดอร์ไม่เคยรู้เลยว่า ช่วงไหน “ระบบคุมมือ” ช่วงไหน “อารมณ์คุมมือ”ไม้ที่เข้าเพราะ FOMO ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม้ปกติ แค่เห็นกราฟวิ่ง เห็นคนอื่นโชว์กำไร ก็รีบกดโดยไม่ทันเช็ก RR...

หลายครั้งไม่ได้แพ้ที่ “ทิศทางราคา” แต่แพ้ที่ “เหตุผลในการเข้าไม้”

ฝั่งหนึ่งเข้าเพราะกลัวตกรถ ราคาไปทางไหนก็วิ่งตาม อีกฝั่งหนึ่งเข้าเพราะรู้ชัดว่า ตรงนี้คือโซนได้เปรียบของตัวเอง Risk/Reward คุ้ม และยอมรับผลลัพธ์ได้ถ้าเราเคยไล่ซื้อทุกแท่งเขียว เคยเห็นคนอื่นกำไรแล้วทนไม่ได้ เคยเข้าตามฟีลโดยไม่รู้จุดตัดขาดทุน แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแบบ “แมงเม่า / นักพนัน” อยู่เงียบ ๆแต่...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img