Sunday, January 18, 2026
32.1 C
Bangkok

ทำความรู้จัก Arbitrage ตลาดคริปโตฯ ช่องทางทำเงินฉลาดที่ต้องรู้

ถ้าคุณเคยได้ยินเรื่องของ Arbitrage ในตลาดคริปโตฯ แล้วเกิดความสงสัยว่ามันเป็นยังไง ทำไมหลายคนถึงพูดถึงเหมือนเป็นหนทางทำเงินที่น่าสนใจ ฉันเองก็เคยเดินทางเส้นทางนี้มา และอยากจะเล่าให้ฟังอย่างหมดเปลือกถึงวิธีการทำ, ข้อควรรู้ และสิ่งที่ต้องระวังเมื่อทำ Arbitrage ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี

ก่อนอื่นเลย Arbitrage คืออะไร? ง่ายๆ ก็คือ การซื้อคริปโตเคอร์เรนซีจากตลาดหนึ่งที่ราคาถูกกว่า แล้วขายในอีกตลาดที่ราคาสูงกว่า เพื่อเก็บส่วนต่างระหว่างราคานั้นมาเป็นกำไร นี่เป็นกลยุทธ์ที่ใช้ในตลาดเงินและสินทรัพย์ต่างๆ มาก่อน แต่ในโลกคริปโตฯ กลายเป็นที่นิยม เพราะตลาดมีความผันผวนและมีความต่างราคาที่เห็นได้ชัดเจนระหว่างตลาดซื้อขายทั่วโลก

เมื่อตัดสินใจจะลงเล่น Arbitrage สิ่งที่ต้องรู้คือ วิธีทำอย่างไรให้ได้กำไรจริงๆ โดยที่ไม่ขาดทุน เพราะดูเผินๆ มันเหมือนง่าย แต่จริงๆ แล้วมีรายละเอียดที่ซับซ้อนและความต้องระวังมากมาย

มากันที่ขั้นตอนทั่วไปของ Arbitrage:

1. ค้นหาความต่างราคาของคริปโตอย่างรวดเร็ว เช่น Bitcoin, Ethereum หรือเหรียญอื่นๆ ระหว่างตลาดซื้อขายหลายแห่งทั่วโลก ตัวอย่างเช่น ตลาด A ขาย Bitcoin ที่ราคา 30,000 ดอลลาร์ ในขณะที่ตลาด B ขายที่ราคา 30,100 ดอลลาร์
2. ซื้อคริปโตในตลาดที่ราคาต่ำกว่า (ตลาด A) พร้อมกับโอนเงินและคริปโตไปยังตลาดที่ราคาสูงกว่า (ตลาด B)
3. ขายคริปโตในตลาดที่ราคาสูงกว่า และนำเงินกลับมาเพื่อทำการหมุนเวียนอีกครั้ง

เรื่องที่จะต้องระวังมีเยอะครับ เช่น

– ค่าธรรมเนียมการทำรายการในแต่ละตลาดและการโอนเงิน
– เวลาที่ใช้ในการโอนเงินหรือเหรียญระหว่างตลาด เพราะหากล่าช้า ราคาสามารถผันผวนและความต่างราคาหายไปได้
– การเปลี่ยนแปลงราคาฉับพลันในช่วงเวลาที่โอน ซึ่งอาจทำให้ขาดทุนแทนได้

เพราะฉะนั้น การใช้เทคโนโลยี เช่น บอทเทรดก็เป็นทางเลือกที่ช่วยเก็บข้อมูลและสั่งซื้อขายได้เร็วขึ้น แต่ต้องพัฒนาระบบที่แม่นยำและมีการจัดการความเสี่ยงที่ดี

ส่วนการลดความเสี่ยงนั้น ต้องตั้งเป้าหมายทางกำไรที่เหมาะสมไม่โลภเกินไป และวางแผนรับมือกับสถานการณ์ที่ราคาผันผวน รวมไปถึงการเลือกตลาดที่น่าเชื่อถือและมีสภาพคล่องสูง

ทำไมใครๆ ถึงชอบ Arbitrage?

เพราะนี่เหมือนเป็นช่องทางทำเงินที่เสี่ยงน้อยกว่าการเก็งกำไรแบบปกติ เพราะเราไม่ได้ต้องเดาว่าราคาจะขึ้นหรือลง แต่เป็นการเอาผลต่างราคาที่มีอยู่จริงอยู่แล้วมาหากำไร อีกทั้งยังเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายเมื่อเข้าใจกลไกและสามารถเข้าถึงตลาดหลายๆ แห่งพร้อมกัน

สุดท้ายนี้ การทำ Arbitrage ในตลาดคริปโตไม่ใช่ของวิเศษที่ทำแล้วรวยไว การเข้าใจกลยุทธ์ การเตรียมตัวและควบคุมความเสี่ยงอย่างเข้มงวด รวมถึงการคอยติดตามตลาดอย่างใกล้ชิด เป็นกุญแจที่จะทำให้คุณสามารถประสบความสำเร็จได้จริงในเส้นทางนี้

หวังว่าประสบการณ์และข้อมูลที่แชร์นี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมของ Arbitrage ได้ชัดเจนขึ้น และสามารถเตรียมตัวในการทำกำไรอย่างมั่นใจและปลอดภัย

อ้างอิงข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก:
– https://www.orbixtrade.com/blog/article/arbitrage
– https://www.ledger.com/th/academy/defi-th/what-is-crypto-arbitrage-trading
– https://www.kucoin.com/th/learn/trading/crypto-arbitrage-complete-guide-to-making-low-risk-gains
– https://www.coins.co.th/th-th/blog/arbitrage

คำชี้แจง

เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้สร้างขึ้นโดย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากระบบ AI ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและงานวิจัยล่าสุดแบบ Real-time อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในการทำความเข้าใจข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะถูกสร้างโดยมนุษย์หรือ AI ก็ตาม

ทีมงาน NowTrd.com มุ่งมั่นที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือเพื่อมอบข้อมูลที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้อ่านทุกท่านอย่างมีความรับผิดชอบต่อความถูกต้อง หากพบข้อผิดพลาดหรือจุดบกพร่องใดๆ โปรดแจ้งให้เราทราบที่ [email protected] เพื่อร่วมพัฒนาเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ

Hot this week

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

Topics

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

PMI/ISM อ่านอย่างไร คู่มืออ่านดัชนีผู้จัดการจัดซื้อสำหรับเทรดเดอร์

PMI/ISM ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ที่โผล่ในปฏิทินเศรษฐกิจเดือนละครั้ง แต่คือเสียงจากผู้จัดการจัดซื้อที่อยู่หน้าโรงงานและออฟฟิศจริงๆ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่า PMI คืออะไร ISM ต่างจาก PMI เจ้าอื่นอย่างไร กลไก 50 จุดแปลว่าอะไร รวมถึงวิธีอ่าน PMI/ISM แบบทีละขั้นสำหรับเทรดเดอร์ทองและ Forex ที่ต้องการมองเกมเศรษฐกิจให้ขาดกว่าเดิม

ลูปจัดการอารมณ์ที่กั้นระหว่างเทรดเดอร์รอดกับพอร์ตพัง

ส่วนใหญ่พอร์ตไม่ได้พังเพราะกราฟ แต่พังเพราะเทรดเดอร์ไม่เคยรู้เลยว่า ช่วงไหน “ระบบคุมมือ” ช่วงไหน “อารมณ์คุมมือ”ไม้ที่เข้าเพราะ FOMO ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม้ปกติ แค่เห็นกราฟวิ่ง เห็นคนอื่นโชว์กำไร ก็รีบกดโดยไม่ทันเช็ก RR...

หลายครั้งไม่ได้แพ้ที่ “ทิศทางราคา” แต่แพ้ที่ “เหตุผลในการเข้าไม้”

ฝั่งหนึ่งเข้าเพราะกลัวตกรถ ราคาไปทางไหนก็วิ่งตาม อีกฝั่งหนึ่งเข้าเพราะรู้ชัดว่า ตรงนี้คือโซนได้เปรียบของตัวเอง Risk/Reward คุ้ม และยอมรับผลลัพธ์ได้ถ้าเราเคยไล่ซื้อทุกแท่งเขียว เคยเห็นคนอื่นกำไรแล้วทนไม่ได้ เคยเข้าตามฟีลโดยไม่รู้จุดตัดขาดทุน แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแบบ “แมงเม่า / นักพนัน” อยู่เงียบ ๆแต่...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img