Saturday, January 17, 2026
26 C
Bangkok

ทำความรู้จักกับ Stablecoin ตัวช่วยสำคัญในโลกคริปโตที่นักลงทุนไม่ควรพลาด

บทนำ
เดี๋ยวนี้ในโลกของคริปโตเคอร์เรนซี มีคำหนึ่งที่เรามักได้ยินกันบ่อย ๆ ว่า “Stablecoin” ซึ่งมันก็เหมือนกับชื่อเลยคือเหรียญคริปโตที่ออกแบบมาเพื่อรักษาความเสถียรของมูลค่าของมันไว้ในระดับหนึ่ง ส่วนใหญ่จะผูกติดกับเงินสกุลจริง ๆ เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือทองคำ เป็นต้น ทำให้นักลงทุนหลายคนมองว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการจัดการความผันผวนอันมหาศาลของตลาดคริปโต ผมอยากแนะนำให้คุณได้ทำความเข้าใจถึงประโยชน์และความเสี่ยงของ Stablecoin ก่อนจะตัดสินใจก้าวเข้ามาลงทุนหรือใช้งานจริง ๆ โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนชาวไทย

ประโยชน์ของ Stablecoin
ลดความผันผวนและบริหารความเสี่ยงได้ดี
แน่นอนว่าหนึ่งในปัญหาหลักของตลาดคริปโตคือความผันผวนของราคา ซึ่งสามารถทำให้มูลค่าพอร์ตของเราขึ้น ๆ ลง ๆ แบบสวิงสุด ๆ Stablecoin ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้ เพราะมูลค่าของมันถูกตรึงไว้กับสิ่งที่เป็นตัวจริง เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เราไม่ต้องกลัวว่าจะเจอกับความผันผวนแบบรุนแรงเหมือนเหรียญคริปโตอื่น ๆ
ดังนั้นเวลาที่ตลาดมีความไม่แน่นอน ผมมักใช้ Stablecoin เป็นที่พักเงินระหว่างทางเอาไว้ก่อน โดยไม่ต้องรีบถอนออกมาเป็นเงินสด ซึ่งสะดวกและรวดเร็วกว่า
โอนเงินรวดเร็วและต้นทุนต่ำ
ถ้าคุณเคยใช้บริการโอนเงินระหว่างประเทศด้วยระบบธนาคารทั่วไป คุณจะเข้าใจความล่าช้าและค่าธรรมเนียมที่น่าปวดหัว Stablecoin ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ดีมาก เพราะสามารถโอนเงินได้เร็วมาก ๆ ผ่านเครือข่ายบล็อกเชน โดยไม่ต้องผ่านคนกลางหรือระบบธนาคารแบบเดิม ต้นทุนก็ต่ำกว่ากันเยอะ
ทำให้เหมาะกับคนที่ต้องโอนเงินระหว่างประเทศบ่อย ๆ หรือคนที่อยากแลกเปลี่ยนเงินระหว่างสกุลคริปโตด้วยกัน
ยืดหยุ่นและใช้งานง่าย
Stablecoin ยังมีความยืดหยุ่นสูง สามารถนำไปใช้เป็นเงินสดดิจิทัลในหลายแพลตฟอร์ม ทำให้เข้ากับระบบนิเวศคริปโตได้อย่างดี เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคงในการใช้เงินหรือการพักเงินในช่วงเวลาสั้น ๆ

ความเสี่ยงของ Stablecoin
ความไม่โปร่งใสในการสำรองเงิน
แม้ Stablecoin จะควรมีการสำรองเงินสกุลจริงในอัตราส่วน 1:1 แต่ในบางครั้งก็มีรายงานว่าผู้ให้บริการไม่ได้มีการสำรองอย่างครบถ้วนหรือโปร่งใส ซึ่งเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งที่อาจทำให้เหรียญสูญเสียมูลค่าได้
หากเกิดเหตุการณ์ที่การสำรองเงินไม่เพียงพอ หรือไม่สามารถตรวจสอบได้ นักลงทุนก็จะเป็นฝ่ายเสียหายเต็ม ๆ
ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ
ในหลายประเทศ รวมถึงไทยเอง กำลังมีการพิจารณากฎระเบียบเกี่ยวกับ Stablecoin อย่างเข้มงวดมากขึ้น เพราะการใช้ Stablecoin เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อระบบการเงินแบบเดิม ทำให้ยังไม่ชัดเจนว่าอนาคตจะมีกฏหมายหรือข้อบังคับอะไรบ้างที่จะเปลี่ยนแปลงการใช้งานได้
นักลงทุนควรติดตามข่าวสารและเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การใช้งานปลอดภัยและป้องกันการผิดกฎหมาย
ความเสี่ยงจากการบริหารจัดการ
อย่างที่เคยเห็นในข่าวเกี่ยวกับการล่มสลายของโปรเจกต์คริปโตบางโปรเจกต์ บาง Stablecoin ก็มีความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการ ถ้าผู้ถือครองหรือทีมพัฒนามีปัญหา เช่น การจัดการสำรองเงินไม่ได้ หรือการทุจริต จะส่งผลเสียต่อนักลงทุนทันที

คำแนะนำสำหรับนักลงทุนชาวไทย
สำหรับนักลงทุนคริปโตในไทย การเลือกใช้ Stablecoin ควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ต้องเลือก Stablecoin ที่มีความน่าเชื่อถือ มีการสำรองเงินที่โปร่งใส และได้รับการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ อาทิ USDT, USDC หรือ BUSD
ควรหลีกเลี่ยง Stablecoin ที่ไม่มีข้อมูลสำรองชัดเจนหรือเป็นที่สงสัย และต้องติดตามข่าวสารด้านกฎหมายในไทยอย่างต่อเนื่อง
สุดท้ายต้องเข้าใจว่าการลงทุนใน Stablecoin ไม่ใช่การลงทุนไร้ความเสี่ยง มันช่วยลดความผันผวนแต่ไม่ใช่การป้องกันความเสี่ยงแบบสมบูรณ์ ควรบริหารจัดการพอร์ตอย่างระมัดระวัง

สรุป
Stablecoin เป็นเครื่องมือที่น่าสนใจในตลาดคริปโต ที่ช่วยลดความผันผวนและเพิ่มความสะดวกในการโอนเงินและทำธุรกรรมต่าง ๆ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคงชั่วคราวหรือยืดหยุ่น
แต่ก็ต้องไม่มองข้ามความเสี่ยง ทั้งในเรื่องความไม่โปร่งใสของการสำรองเงิน ความเสี่ยงด้านกฎหมาย และความเสี่ยงจากการบริหารจัดการ นักลงทุนมีหน้าที่ในการศึกษาหาข้อมูลและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อใช้โอกาสนี้อย่างปลอดภัยและได้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว
อ้างอิงข้อมูลเพิ่มเติมจาก Guzemarkets, Merkle Capital, และธนาคารแห่งประเทศไทย

(ลิงก์ข้อมูลอ้างอิง)
– https://www.guzemarkets.com/th/education/stablecoin
– https://merkle.capital/articles/what-is-stable-coin
– https://www.bot.or.th/content/dam/bot/documents/th/research-and-publications/articles-and-publications/articles/pdf/Article_21May2022-2.pdf
– https://blogth.bitazza.com/th/blog/what-is-stablecoin?hsLang=th

คำชี้แจง

เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้สร้างขึ้นโดย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากระบบ AI ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและงานวิจัยล่าสุดแบบ Real-time อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในการทำความเข้าใจข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะถูกสร้างโดยมนุษย์หรือ AI ก็ตาม

ทีมงาน NowTrd.com มุ่งมั่นที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือเพื่อมอบข้อมูลที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้อ่านทุกท่านอย่างมีความรับผิดชอบต่อความถูกต้อง หากพบข้อผิดพลาดหรือจุดบกพร่องใดๆ โปรดแจ้งให้เราทราบที่ [email protected] เพื่อร่วมพัฒนาเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ

Hot this week

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

Topics

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

PMI/ISM อ่านอย่างไร คู่มืออ่านดัชนีผู้จัดการจัดซื้อสำหรับเทรดเดอร์

PMI/ISM ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ที่โผล่ในปฏิทินเศรษฐกิจเดือนละครั้ง แต่คือเสียงจากผู้จัดการจัดซื้อที่อยู่หน้าโรงงานและออฟฟิศจริงๆ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่า PMI คืออะไร ISM ต่างจาก PMI เจ้าอื่นอย่างไร กลไก 50 จุดแปลว่าอะไร รวมถึงวิธีอ่าน PMI/ISM แบบทีละขั้นสำหรับเทรดเดอร์ทองและ Forex ที่ต้องการมองเกมเศรษฐกิจให้ขาดกว่าเดิม

ลูปจัดการอารมณ์ที่กั้นระหว่างเทรดเดอร์รอดกับพอร์ตพัง

ส่วนใหญ่พอร์ตไม่ได้พังเพราะกราฟ แต่พังเพราะเทรดเดอร์ไม่เคยรู้เลยว่า ช่วงไหน “ระบบคุมมือ” ช่วงไหน “อารมณ์คุมมือ”ไม้ที่เข้าเพราะ FOMO ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม้ปกติ แค่เห็นกราฟวิ่ง เห็นคนอื่นโชว์กำไร ก็รีบกดโดยไม่ทันเช็ก RR...

หลายครั้งไม่ได้แพ้ที่ “ทิศทางราคา” แต่แพ้ที่ “เหตุผลในการเข้าไม้”

ฝั่งหนึ่งเข้าเพราะกลัวตกรถ ราคาไปทางไหนก็วิ่งตาม อีกฝั่งหนึ่งเข้าเพราะรู้ชัดว่า ตรงนี้คือโซนได้เปรียบของตัวเอง Risk/Reward คุ้ม และยอมรับผลลัพธ์ได้ถ้าเราเคยไล่ซื้อทุกแท่งเขียว เคยเห็นคนอื่นกำไรแล้วทนไม่ได้ เคยเข้าตามฟีลโดยไม่รู้จุดตัดขาดทุน แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแบบ “แมงเม่า / นักพนัน” อยู่เงียบ ๆแต่...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img