Monday, January 19, 2026
24.6 C
Bangkok

รู้จัก Stablecoins เหรียญคริปโตที่ช่วยให้การลงทุนมั่นคงและปลอดภัยมากขึ้น

ผมอยากเริ่มเล่าถึงเรื่องที่น่าสนใจมาก ๆ ในวงการคริปโตนั่นก็คือ “Stablecoins” หรือที่เรียกกันว่า เหรียญคริปโตที่เน้นความเสถียร จริง ๆ แล้ว Stablecoins เป็นหนึ่งในความก้าวหน้าที่ช่วยให้ตลาดคริปโตฟื้นฟูความน่าเชื่อถือและนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการความมั่นคงในมูลค่า

ก่อนอื่นเลย Stablecoins คืออะไร? มันไม่ใช่เหรียญที่ราคาพุ่งขึ้นลงอย่างรวดเร็วเหมือน Bitcoin หรือ Ethereum นะครับ แต่มันถูกออกแบบมาเพื่อรักษาค่าให้คงที่ โดยมักจะผูกมูลค่ากับสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง เช่น เงินดอลลาร์สหรัฐ ทองคำ หรือแม้แต่สินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ ทำให้ผู้ถือ Stablecoins สามารถรักษามูลค่าเงินทุนได้ในช่วงเวลาที่ตลาดคริปโตผันผวนรุนแรง

เจาะลึกประเภทของ Stablecoins มีหลักใหญ่ ๆ 3 ประเภทด้วยกัน คือ

1. เหรียญ Stablecoins ที่ผูกกับเงิน Fiat หรือสกุลเงินหลัก เช่น ดอลลาร์สหรัฐ เหรียญประเภทนี้จะถูกค้ำประกันด้วยเงินสดหรือทรัพย์สินจริงที่เก็บไว้ในบัญชีธนาคาร เช่น Tether (USDT) และ USD Coin (USDC) ถือเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเพราะให้ความมั่นคงสูงและเป็นที่ยอมรับในตลาด

2. เหรียญ Stablecoins ที่ค้ำประกันด้วยสกุลเงินคริปโต (Crypto-backed) เช่น DAI ซึ่งเข้ารหัสและค้ำด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลในระบบ เหรียญประเภทนี้จะมีการล็อกมูลค่าด้วยการใช้สมาร์ทคอนแทรกต์เพื่อรักษาความเสถียรของราคา แต่มีความเสี่ยงในเรื่องของความผันผวนของสินทรัพย์ที่ค้ำประกัน

3. เหรียญ Stablecoins ที่ควบคุมราคาโดยอัลกอริทึม (Algorithmic Stablecoins) กลไกจะสร้างและทำลายเหรียญอัตโนมัติเพื่อรักษาราคาให้คงที่ โดยไม่อ้างอิงกับสินทรัพย์ใด ๆ โดยตรง ตัวอย่างเช่น TerraUSD แม้ว่าจะเป็นแนวคิดที่น่าสนใจ แต่ก็มีความเสี่ยงสูงกว่าประเภทอื่น ๆ

แล้ว Stablecoins มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง? มาดูกันเลย

ข้อดี
– ลดความผันผวนและความเสี่ยงในตลาดคริปโต
– ใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนและชำระเงินที่รวดเร็วและค่าธรรมเนียมถูก
– ช่วยให้การย้ายเงินระหว่างสกุลคริปโตและเงินสดเป็นไปอย่างสะดวก
– สามารถนำไปใช้ในระบบการเงินกระจายศูนย์ (DeFi) เพื่อสร้างรายได้จากดอกเบี้ย

ข้อเสีย
– เสี่ยงหากผู้ออกเหรียญไม่ได้เก็บสินทรัพย์ค้ำประกันอย่างโปร่งใส
– Algorithmic Stablecoins อาจล้มเหลวในการรักษาเสถียรภาพในช่วงตลาดผันผวนหนัก
– มีความเสี่ยงด้านกฎหมายและการควบคุมในหลายประเทศ รวมถึงไทยที่ยังมีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด

พูดถึงบทบาทของ Stablecoins ในการลงทุนคริปโตสำหรับนักเทรดชาวไทยนะครับ เนื่องจากตลาดคริปโตมีความผันผวนสูง การมี Stablecoins ช่วยให้พอร์ตการลงทุนมีความยืดหยุ่นและปลอดภัยขึ้น ผมมักใช้ Stablecoins ในการพักเงินหลังจากการขายเหรียญที่ได้กำไร เพื่อรอจังหวะที่ตลาดเหมาะสมที่จะซื้อเข้าซื้อใหม่

นอกจากนี้ Stablecoins ยังช่วยในเรื่องของการย้ายเงินระหว่างตลาดหรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและลดต้นทุนค่าธรรมเนียมมากกว่าการถอนเป็นเงินสด ทำให้การจัดการโชว์โฟลิโอของผมมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อีกทั้ง Stablecoins ยังใช้ในแวดวง DeFi อย่างแพร่หลาย ช่วยให้ผมได้รับดอกเบี้ยจากการฝากเหรียญในแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้ประมาณ 8-10% ต่อปี ซึ่งแน่นอนว่ามากกว่าดอกเบี้ยธนาคารทั่วไปเยอะมาก

สรุปแล้ว Stablecoins คือเครื่องมือสำคัญที่นักลงทุนคริปโตชาวไทยควรเข้าใจ เพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการทำกำไรในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หากคุณยังไม่ได้ลองใช้ Stablecoins ในกลยุทธ์การลงทุนของคุณ ผมแนะนำให้เริ่มศึกษาข้อมูลและทดลองใช้งานดูครับ มันจะช่วยให้การลงทุนของคุณมีเสถียรภาพและคล่องตัวมากขึ้นอย่างแน่นอน

ข้อมูลอ้างอิง:
– https://phemex.com/academy/what-are-stablecoins
– https://www.fiatrepublic.com/your-2025-guide-to-the-best-stablecoin-cryptocurrencies/
– https://www.investopedia.com/terms/s/stablecoin.asp

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้นักลงทุนคริปโตทุกคนในไทยมีความเข้าใจใน Stablecoins มากขึ้น และนำไปใช้ได้อย่างมั่นใจครับ

คำชี้แจง

เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้สร้างขึ้นโดย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากระบบ AI ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและงานวิจัยล่าสุดแบบ Real-time อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในการทำความเข้าใจข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะถูกสร้างโดยมนุษย์หรือ AI ก็ตาม

ทีมงาน NowTrd.com มุ่งมั่นที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือเพื่อมอบข้อมูลที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้อ่านทุกท่านอย่างมีความรับผิดชอบต่อความถูกต้อง หากพบข้อผิดพลาดหรือจุดบกพร่องใดๆ โปรดแจ้งให้เราทราบที่ [email protected] เพื่อร่วมพัฒนาเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ

Hot this week

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

Topics

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

PMI/ISM อ่านอย่างไร คู่มืออ่านดัชนีผู้จัดการจัดซื้อสำหรับเทรดเดอร์

PMI/ISM ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ที่โผล่ในปฏิทินเศรษฐกิจเดือนละครั้ง แต่คือเสียงจากผู้จัดการจัดซื้อที่อยู่หน้าโรงงานและออฟฟิศจริงๆ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่า PMI คืออะไร ISM ต่างจาก PMI เจ้าอื่นอย่างไร กลไก 50 จุดแปลว่าอะไร รวมถึงวิธีอ่าน PMI/ISM แบบทีละขั้นสำหรับเทรดเดอร์ทองและ Forex ที่ต้องการมองเกมเศรษฐกิจให้ขาดกว่าเดิม

ลูปจัดการอารมณ์ที่กั้นระหว่างเทรดเดอร์รอดกับพอร์ตพัง

ส่วนใหญ่พอร์ตไม่ได้พังเพราะกราฟ แต่พังเพราะเทรดเดอร์ไม่เคยรู้เลยว่า ช่วงไหน “ระบบคุมมือ” ช่วงไหน “อารมณ์คุมมือ”ไม้ที่เข้าเพราะ FOMO ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม้ปกติ แค่เห็นกราฟวิ่ง เห็นคนอื่นโชว์กำไร ก็รีบกดโดยไม่ทันเช็ก RR...

หลายครั้งไม่ได้แพ้ที่ “ทิศทางราคา” แต่แพ้ที่ “เหตุผลในการเข้าไม้”

ฝั่งหนึ่งเข้าเพราะกลัวตกรถ ราคาไปทางไหนก็วิ่งตาม อีกฝั่งหนึ่งเข้าเพราะรู้ชัดว่า ตรงนี้คือโซนได้เปรียบของตัวเอง Risk/Reward คุ้ม และยอมรับผลลัพธ์ได้ถ้าเราเคยไล่ซื้อทุกแท่งเขียว เคยเห็นคนอื่นกำไรแล้วทนไม่ได้ เคยเข้าตามฟีลโดยไม่รู้จุดตัดขาดทุน แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแบบ “แมงเม่า / นักพนัน” อยู่เงียบ ๆแต่...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img