Saturday, January 24, 2026
23.9 C
Bangkok

ประเภทของดัชนี จาก SET Index ถึง Dow Jones

สวัสดีครับเพื่อนๆ นักลงทุน วันนี้ผมขอพาไปสำรวจโลกของ “ดัชนี” กันหน่อย หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า SET Index หรือ Dow Jones แต่รู้หรือไม่ว่า จริงๆ แล้วดัชนีมีหลากหลายประเภทมาก เหมือนกับกาแฟ ที่มีทั้งเอสเพรสโซ่ อเมริกาโน่ ลาเต้ คาปูชิโน่ ขึ้นอยู่กับส่วนผสมและวิธีการชง ดัชนีก็เช่นกัน มีทั้งแบบ Global, Regional และ Local ซึ่งแต่ละแบบก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป

ก่อนอื่นเลย ขอปูพื้นฐานกันก่อนว่า “ดัชนี” คืออะไร? ง่ายๆ เลยครับ มันก็คือตัวเลขที่สะท้อนถึงภาพรวมของตลาดหุ้น เปรียบเสมือน “เทอร์โมมิเตอร์” ที่ใช้วัดไข้ของตลาด ถ้าดัชนีขึ้น แปลว่าตลาดกำลังร้อนแรง หุ้นส่วนใหญ่ราคาพุ่ง แต่ถ้าดัชนีร่วง ก็แสดงว่าตลาดกำลังซบเซา

ทีนี้ มาดูกันว่า ดัชนีมีกี่ประเภท และแต่ละประเภทมีอะไรน่าสนใจบ้าง

ดัชนีระดับโลก (Global Indices)

พวกนี้คือดัชนีที่รวบรวมหุ้นจากทั่วโลก เป็นเหมือนภาพใหญ่ ที่แสดงให้เห็นถึงสุขภาพของเศรษฐกิจโลก ตัวอย่างที่โด่งดังก็คือ

  • Dow Jones Industrial Average (DJIA) ดัชนีรุ่นเก๋าจากอเมริกา คำนวณจากหุ้นบริษัทชั้นนำ 30 ตัว เช่น Apple, Microsoft, Boeing (https://www.dowjones.com/) ข้อดีคือ เข้าใจง่าย ดูแนวโน้มตลาดได้ชัดเจน แต่ก็มีข้อจำกัด คือ ครอบคลุมหุ้นน้อยตัว อาจจะไม่สะท้อนภาพรวมตลาดได้ครบถ้วน
  • S&P 500 อีกหนึ่งดัชนียอดฮิตจากแดนลุงแซม ครอบคลุมบริษัทใหญ่ 500 แห่ง (https://www.spglobal.com/spdji/) ตัวนี้ ถือว่าเป็นตัวแทนของตลาดหุ้นอเมริกาได้ดีกว่า DJIA เพราะมีจำนวนหุ้นมากกว่า และกระจายตัวในหลายอุตสาหกรรม

ดัชนีระดับภูมิภาค (Regional Indices)

ดัชนีกลุ่มนี้ จะโฟกัสที่หุ้นในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง เช่น เอเชีย ยุโรป หรืออเมริกาใต้ ช่วยให้เห็นภาพเศรษฐกิจของแต่ละภูมิภาคได้ชัดเจนขึ้น ตัวอย่างเช่น

  • Nikkei 225 ดัชนีจากญี่ปุ่น คำนวณจากหุ้น 225 ตัวในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (https://indexes.nikkei.co.jp/en/nkave/) ใครที่สนใจลงทุนในญี่ปุ่น ต้องติดตาม Nikkei 225 ไว้ให้ดี
  • Hang Seng Index ดัชนีจากฮ่องกง ประกอบด้วยหุ้นบริษัทชั้นนำ เช่น Tencent, Alibaba (https://www.hsi.com.hk/HSI-Net/HSI-Net) ใช้เป็นตัวชี้วัดเศรษฐกิจของฮ่องกง และจีนแผ่นดินใหญ่ได้ในระดับหนึ่ง

ดัชนีระดับประเทศ (Local Indices)

แน่นอนครับ ประเทศไทยของเราก็มีดัชนีเป็นของตัวเอง นั่นก็คือ

  • SET Index ดัชนีที่คุ้นเคยกันดี คำนวณจากหุ้นทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (https://www.set.or.th/) เป็นเหมือนกระจกสะท้อนเศรษฐกิจไทย ถ้า SET Index ขึ้น แปลว่าเศรษฐกิจไทยกำลังไปได้สวย แต่ถ้า SET Index ลง ก็อาจจะเป็นสัญญาณเตือนว่า เศรษฐกิจกำลังมีปัญหา

นอกจากนี้ ยังมีดัชนีอื่นๆ อีกมากมาย เช่น

  • SET50 รวบรวมหุ้นขนาดใหญ่ 50 ตัว
  • SET100 รวบรวมหุ้นขนาดกลางและใหญ่ 100 ตัว
  • sSET รวบรวมหุ้นขนาดเล็ก
  • mai รวบรวมหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ

การเลือกดัชนี ก็เหมือนกับการเลือกกาแฟ ขึ้นอยู่กับความชอบ และความต้องการของแต่ละคน บางคนอาจจะชอบดัชนีระดับโลก ที่ให้ภาพรวมกว้างๆ บางคนอาจจะชอบดัชนีระดับประเทศ ที่เจาะลึกเฉพาะตลาดที่ตัวเองสนใจ

ไม่ว่าจะเลือกดัชนีแบบไหน สิ่งสำคัญคือ ต้องศึกษาข้อมูลให้ดี ทำความเข้าใจวิธีการคำนวณ และปัจจัยที่มีผลต่อดัชนี เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หวังว่าบทความนี้ จะช่วยให้เพื่อนๆ เข้าใจเรื่องดัชนีมากขึ้นนะครับ แล้วพบกันใหม่ ในบทความหน้า สวัสดีครับ!

Hot this week

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

Topics

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

PMI/ISM อ่านอย่างไร คู่มืออ่านดัชนีผู้จัดการจัดซื้อสำหรับเทรดเดอร์

PMI/ISM ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ที่โผล่ในปฏิทินเศรษฐกิจเดือนละครั้ง แต่คือเสียงจากผู้จัดการจัดซื้อที่อยู่หน้าโรงงานและออฟฟิศจริงๆ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่า PMI คืออะไร ISM ต่างจาก PMI เจ้าอื่นอย่างไร กลไก 50 จุดแปลว่าอะไร รวมถึงวิธีอ่าน PMI/ISM แบบทีละขั้นสำหรับเทรดเดอร์ทองและ Forex ที่ต้องการมองเกมเศรษฐกิจให้ขาดกว่าเดิม

ลูปจัดการอารมณ์ที่กั้นระหว่างเทรดเดอร์รอดกับพอร์ตพัง

ส่วนใหญ่พอร์ตไม่ได้พังเพราะกราฟ แต่พังเพราะเทรดเดอร์ไม่เคยรู้เลยว่า ช่วงไหน “ระบบคุมมือ” ช่วงไหน “อารมณ์คุมมือ”ไม้ที่เข้าเพราะ FOMO ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม้ปกติ แค่เห็นกราฟวิ่ง เห็นคนอื่นโชว์กำไร ก็รีบกดโดยไม่ทันเช็ก RR...

หลายครั้งไม่ได้แพ้ที่ “ทิศทางราคา” แต่แพ้ที่ “เหตุผลในการเข้าไม้”

ฝั่งหนึ่งเข้าเพราะกลัวตกรถ ราคาไปทางไหนก็วิ่งตาม อีกฝั่งหนึ่งเข้าเพราะรู้ชัดว่า ตรงนี้คือโซนได้เปรียบของตัวเอง Risk/Reward คุ้ม และยอมรับผลลัพธ์ได้ถ้าเราเคยไล่ซื้อทุกแท่งเขียว เคยเห็นคนอื่นกำไรแล้วทนไม่ได้ เคยเข้าตามฟีลโดยไม่รู้จุดตัดขาดทุน แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแบบ “แมงเม่า / นักพนัน” อยู่เงียบ ๆแต่...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img