Saturday, January 24, 2026
23.9 C
Bangkok

ออมเงินยังไงให้ฉลาด? เทคนิคเก็บเงินแบบคนรุ่นใหม่

สมัยนี้ใครๆ ก็อยากมีเงินเก็บเยอะๆ กันทั้งนั้นแหละจริงไหม? แต่จะทำยังไงล่ะ ในเมื่อเงินเดือนก็เท่าเดิม ค่าใช้จ่ายก็เยอะแยะไปหมด จะเก็บเงินยังไงให้รอด! ผมเข้าใจครับ ปัญหานี้เป็นปัญหาโลกแตกของใครหลายๆ คน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงาน แต่เดี๋ยวก่อน! อย่าเพิ่งท้อใจไปครับ เพราะวันนี้ผมมีเทคนิคออมเงินแบบฉลาดๆ มาฝาก รับรองว่าแม้แต่คนเงินเดือนน้อยก็เก็บเงินได้ แถมยังสบายกระเป๋า ไม่ต้องอดอยากปากแห้งอีกด้วย

ทำไมต้องออมเงิน? เรื่องนี้สำคัญกว่าที่คิด!

ก่อนจะไปดูเทคนิคกัน ผมขอปูพื้นฐานความสำคัญของการออมเงินกันก่อน หลายคนอาจจะมองว่าการออมเงินเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่จริงๆ แล้ว การออมเงินเปรียบเสมือนการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับชีวิตของเราเลยนะครับ ลองนึกภาพดูสิครับ ถ้าวันนึงเราเจ็บป่วย กิจการมีปัญหา หรืออยากมีเงินก้อนไปลงทุน ถ้าไม่มีเงินออม เราจะทำยังไง? เห็นไหมล่ะครับว่าการออมเงินสำคัญแค่ไหน

ประโยชน์ของการออมเงิน

  • มีเงินสำรองฉุกเฉิน: อุ่นใจได้เลยว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เราจะมีเงินสำรองไว้ใช้จ่าย ไม่ต้องเดือดร้อนกู้หนี้ยืมสินใคร
  • สร้างวินัยทางการเงิน: การออมเงินสม่ำเสมอช่วยฝึกให้เรามีวินัย รู้จักวางแผนการใช้จ่าย ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการบริหารเงินที่ดี
  • บรรลุเป้าหมายในอนาคต: ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้าน ซื้อรถ ไปเที่ยวต่างประเทศ หรือลงทุนทำธุรกิจ เงินออมจะช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น
  • มีอิสรภาพทางการเงิน: การมีเงินออมมากพอจะทำให้เรามีอิสระในการใช้ชีวิต เลือกทำในสิ่งที่ชอบโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน

เทคนิคออมเงินแบบคนรุ่นใหม่ ฉบับสมาร์ท

เอาล่ะ! มาถึงส่วนที่ทุกคนรอคอยกันแล้ว ผมได้รวบรวมเทคนิคออมเงินแบบเด็ดๆ ที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่ มาฝากกัน รับรองว่าทำตามได้ง่าย แถมยังได้ผลจริง!

1. จดบันทึกรายรับ-รายจ่าย: รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง การจดบันทึกรายรับ-รายจ่ายจะช่วยให้เรารู้ว่าเงินของเราหายไปไหนบ้าง มีค่าใช้จ่ายอะไรที่ไม่จำเป็น และสามารถตัดลดได้ สมัยนี้มีแอปพลิเคชันมากมายที่ช่วยบันทึกรายรับ-รายจ่ายได้อย่างสะดวกสบาย เช่น Money Lover, Wallet, Spendee ลองโหลดมาใช้ดูนะครับ

2. วางแผนการเงิน: การมีแผนการเงินที่ดีจะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของสถานะทางการเงินของเรา และสามารถจัดสรรเงินได้อย่างเหมาะสม ลองตั้งเป้าหมายการออม กำหนดระยะเวลา และวางแผนว่าจะออมเงินเท่าไหร่ต่อเดือน เช่น อยากมีเงินเก็บ 100,000 บาท ภายใน 1 ปี ก็ต้องออมเดือนละประมาณ 8,300 บาท

3. กฎ 50/30/20: เทคนิคยอดฮิตที่ใครๆ ก็แนะนำ โดยแบ่งเงินเดือนออกเป็น 3 ส่วน คือ 50% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น 30% สำหรับค่าใช้จ่ายที่อยากได้ และ 20% สำหรับการออม เทคนิคนี้จะช่วยให้เราจัดสรรเงินได้อย่างสมดุล ไม่ตึงมือจนเกินไป

4. ออมเงินแบบอัตโนมัติ: วิธีนี้เหมาะมากสำหรับคนที่ขี้ลืม หรือ วินัยไม่แข็งแรง โดยตั้งค่าให้ธนาคารหักเงินจากบัญชีเงินเดือนเข้าบัญชีเงินออมโดยอัตโนมัติทุกเดือน เราจะได้ไม่ต้องคอยกังวลว่าจะลืมโอนเงิน แถมยังช่วยให้เราออมเงินได้อย่างสม่ำเสมออีกด้วย

5. ลดละเลิกนิสัยฟุ่มเฟือย: ลองสำรวจตัวเองดูครับว่าเรามีนิสัยฟุ่มเฟือยอะไรบ้าง เช่น ชอบซื้อกาแฟแก้วละร้อยทุกวัน ซื้อเสื้อผ้าใหม่ทุกอาทิตย์ หรือ ชอบกินข้าวนอกบ้านบ่อยๆ ถ้าเราสามารถลด หรือ เลิกนิสัยเหล่านี้ได้ รับรองว่าจะมีเงินเก็บเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย

6. หารายได้เสริม: ในยุคนี้การหารายได้เสริมไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป มีช่องทางมากมายให้เราเลือก เช่น ขายของออนไลน์ รับงานฟรีแลนซ์ สอนพิเศษ ขับ Grab เป็นต้น รายได้เสริมเหล่านี้จะช่วยเพิ่มเงินเก็บให้เราได้อย่างรวดเร็ว

7. ลงทุนเพื่อเพิ่มพูนเงินออม: เมื่อมีเงินออมก้อนหนึ่งแล้ว อย่าปล่อยให้เงินนอนนิ่งอยู่ในบัญชี ลองนำไปลงทุนต่อยอดเพื่อให้เงินงอกเงย เช่น ลงทุนในหุ้น กองทุนรวม อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ หรือ คริปโตเคอร์เรนซี แต่ควรศึกษาข้อมูล และ ประเมินความเสี่ยงให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนนะครับ

8. ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี: สมัยนี้มีแอปพลิเคชัน และ เครื่องมือทางการเงินมากมายที่ช่วยให้เราออมเงินได้อย่างสะดวก และ มีประสิทธิภาพ เช่น แอปพลิเคชัน Piggipo ที่ช่วยจัดการหนี้บัตรเครดิต แอปพลิเคชัน Finnomena ที่ช่วยวางแผนการลงทุน หรือ แอปพลิเคชัน Aomfin ที่ช่วยเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ

9. อย่าลืมให้รางวัลตัวเอง: การออมเงินไม่จำเป็นต้องอดอยาก หรือ ทรมานตัวเอง ลองตั้งเป้าหมายเล็กๆ น้อยๆ และ ให้รางวัลตัวเองเมื่อทำสำเร็จ เช่น ถ้าออมเงินได้ครบ 10,000 บาท จะพาตัวเองไปกินอาหารอร่อยๆ หรือ ซื้อของที่อยากได้สักชิ้น วิธีนี้จะช่วยให้เรามีกำลังใจในการออมเงินมากขึ้น

10. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: ถ้าไม่รู้จะเริ่มต้นออมเงินยังไง หรือ อยากได้คำแนะนำในการวางแผนการเงิน ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน เช่น นักวางแผนการเงิน หรือ ที่ปรึกษาทางการเงิน พวกเขาจะช่วยวิเคราะห์สถานะทางการเงินของเรา และ ให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับตัวเรา

บทสรุป

การออมเงินเป็นเรื่องสำคัญ และ จำเป็นสำหรับทุกคน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคต ผมหวังว่าเทคนิคออมเงินที่ผมนำมาฝากในวันนี้จะเป็นประโยชน์ และ ช่วยให้ทุกคนสามารถออมเงินได้อย่าง “ฉลาด” และ “มีประสิทธิภาพ” นะครับ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน “รวยๆ เฮงๆ” นะครับ!

Hot this week

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

Topics

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

PMI/ISM อ่านอย่างไร คู่มืออ่านดัชนีผู้จัดการจัดซื้อสำหรับเทรดเดอร์

PMI/ISM ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ที่โผล่ในปฏิทินเศรษฐกิจเดือนละครั้ง แต่คือเสียงจากผู้จัดการจัดซื้อที่อยู่หน้าโรงงานและออฟฟิศจริงๆ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่า PMI คืออะไร ISM ต่างจาก PMI เจ้าอื่นอย่างไร กลไก 50 จุดแปลว่าอะไร รวมถึงวิธีอ่าน PMI/ISM แบบทีละขั้นสำหรับเทรดเดอร์ทองและ Forex ที่ต้องการมองเกมเศรษฐกิจให้ขาดกว่าเดิม

ลูปจัดการอารมณ์ที่กั้นระหว่างเทรดเดอร์รอดกับพอร์ตพัง

ส่วนใหญ่พอร์ตไม่ได้พังเพราะกราฟ แต่พังเพราะเทรดเดอร์ไม่เคยรู้เลยว่า ช่วงไหน “ระบบคุมมือ” ช่วงไหน “อารมณ์คุมมือ”ไม้ที่เข้าเพราะ FOMO ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม้ปกติ แค่เห็นกราฟวิ่ง เห็นคนอื่นโชว์กำไร ก็รีบกดโดยไม่ทันเช็ก RR...

หลายครั้งไม่ได้แพ้ที่ “ทิศทางราคา” แต่แพ้ที่ “เหตุผลในการเข้าไม้”

ฝั่งหนึ่งเข้าเพราะกลัวตกรถ ราคาไปทางไหนก็วิ่งตาม อีกฝั่งหนึ่งเข้าเพราะรู้ชัดว่า ตรงนี้คือโซนได้เปรียบของตัวเอง Risk/Reward คุ้ม และยอมรับผลลัพธ์ได้ถ้าเราเคยไล่ซื้อทุกแท่งเขียว เคยเห็นคนอื่นกำไรแล้วทนไม่ได้ เคยเข้าตามฟีลโดยไม่รู้จุดตัดขาดทุน แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแบบ “แมงเม่า / นักพนัน” อยู่เงียบ ๆแต่...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img