Saturday, January 24, 2026
23.9 C
Bangkok

รู้จักกับแพลตฟอร์มเทรด Streaming Pro, efin Trade Plus, Settrade Streaming

สวัสดีครับเพื่อนๆ นักลงทุนทุกท่าน! ผมเชื่อว่าหลายคนคงกำลังมองหาแพลตฟอร์มเทรดหุ้นที่ใช่ ใช้งานง่าย และตอบโจทย์การลงทุนของตัวเองอยู่ใช่ไหมล่ะ? บอกเลยว่าในยุคดิจิทัลแบบนี้มีตัวเลือกให้เลือกใช้เพียบ! วันนี้ผมเลยขออาสาพาเพื่อนๆ ไปเจาะลึก 3 แพลตฟอร์มเทรดยอดนิยมในไทย ได้แก่ Streaming Pro, efin Trade Plus และ Settrade Streaming ว่าแต่ละตัวมีจุดเด่น จุดด้อย และเหมาะกับใครบ้าง รับรองว่าอ่านจบแล้ว เลือกแพลตฟอร์มที่ใช่ได้อย่างแน่นอน!

Streaming Pro: โปรแกรมเทรดขั้นเทพ สำหรับนักลงทุนสายเทคนิค

ถ้าพูดถึงโปรแกรมเทรดหุ้นในไทย คงไม่มีใครไม่รู้จัก “Streaming Pro” เจ้าพ่อโปรแกรมเทรดที่ครองใจนักลงทุนมาอย่างยาวนาน ด้วยฟังก์ชันการใช้งานขั้นสูง เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคครบครัน และความเสถียรของระบบ ทำให้ Streaming Pro เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของนักลงทุนสายเทคนิค

จุดเด่นที่ต้องร้องว้าว!

  • กราฟเทคนิคเทพๆ: Streaming Pro จัดเต็มเครื่องมือวิเคราะห์กราฟขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือวาดเส้น อินดิเคเตอร์ หรือรูปแบบกราฟเทียน ช่วยให้คุณวิเคราะห์แนวโน้มราคาหุ้นได้อย่างแม่นยำ
  • ส่งคำสั่งไว ไม่พลาดทุกจังหวะ: ระบบส่งคำสั่งซื้อขายที่รวดเร็ว ทันใจ ช่วยให้คุณไม่พลาดโอกาสทำกำไรในตลาดหุ้น
  • ปรับแต่งหน้าจอได้ตามใจ: อยากจัดวางหน้าจอแบบไหน ก็ปรับแต่งได้อย่างอิสระ ให้เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณ
  • แจ้งเตือนราคา ไม่ต้องเฝ้าจอ: ตั้งค่าแจ้งเตือนราคาหุ้นที่สนใจ ไม่ต้องคอยเฝ้าหน้าจอตลอดเวลา
  • ดูข้อมูลย้อนหลังได้: อยากดูข้อมูลการซื้อขายย้อนหลัง กราฟ หรือข่าวสาร ก็ทำได้ง่ายๆ

เหมาะกับใคร?

  • นักลงทุนสายเทคนิค: ที่ต้องการเครื่องมือวิเคราะห์กราฟขั้นสูง และระบบส่งคำสั่งที่รวดเร็ว
  • นักลงทุนที่ต้องการปรับแต่งหน้าจอ: ให้เหมาะกับสไตล์การเทรดของตัวเอง
  • นักลงทุนที่ต้องการดูข้อมูลย้อนหลัง: เพื่อวิเคราะห์การลงทุน

ข้อสังเกต:

  • Streaming Pro อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่เลือกใช้
  • อาจต้องใช้เวลาเรียนรู้การใช้งาน เนื่องจากมีฟังก์ชันเยอะ

efin Trade Plus: โปรแกรมเทรดน้องใหม่ มาแรงแซงทางโค้ง

efin Trade Plus เป็นแพลตฟอร์มเทรดหุ้นน้องใหม่ จาก บล. ภัทร ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์นักลงทุนยุคใหม่ โดยเฉพาะ ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ใช้งานง่าย และฟังก์ชันที่ครบครัน ทำให้ efin Trade Plus ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

จุดเด่นที่ไม่ธรรมดา

  • หน้าตาสวยงาม ใช้งานง่าย: อินเทอร์เฟซที่ทันสมัย เข้าใจง่าย แม้แต่มือใหม่ก็ใช้งานได้สบาย
  • เครื่องมือวิเคราะห์ครบครัน: มีทั้งเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค และข้อมูลพื้นฐาน ช่วยให้คุณตัดสินใจลงทุนได้อย่างรอบด้าน
  • ซื้อขายอัตโนมัติ ฉลาด ไม่ต้องเฝ้าจอ: ระบบ Auto Trade ช่วยให้คุณตั้งเงื่อนไขการส่งคำสั่งซื้อขายอัตโนมัติ ประหยัดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน
  • วิเคราะห์พอร์ตลงทุนอย่างละเอียด: ดูข้อมูลพอร์ต วิเคราะห์สัดส่วนการถือครองหุ้น และการกระจายความเสี่ยงได้อย่างละเอียด
  • มีระบบจำลองการเทรด: ฝึกเทรดหุ้นด้วยเงินจำลอง ก่อนลงสนามจริง

เหมาะกับใคร?

  • นักลงทุนมือใหม่: ที่ต้องการแพลตฟอร์มใช้งานง่าย และมีระบบจำลองการเทรด
  • นักลงทุนที่ต้องการระบบซื้อขายอัตโนมัติ: ช่วยประหยัดเวลา และเพิ่มโอกาสทำกำไร
  • นักลงทุนที่ต้องการวิเคราะห์พอร์ตการลงทุน: อย่างละเอียด

ข้อสังเกต:

  • efin Trade Plus อาจมีข้อจำกัด ในเรื่องของเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค เมื่อเทียบกับ Streaming Pro

Settrade Streaming: แพลตฟอร์มเทรดจากตลาดหลักทรัพย์ มั่นใจได้ ปลอดภัยหายห่วง

Settrade Streaming เป็นแพลตฟอร์มเทรดหุ้นจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัย จึงมั่นใจได้ว่าข้อมูลของคุณจะถูกเก็บรักษาเป็นอย่างดี

จุดเด่นที่โดนใจ

  • ใช้งานง่าย เข้าใจง่าย: ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย เหมาะกับนักลงทุนทุกระดับ
  • ฟังก์ชันครบครัน: มีทั้งเครื่องมือวิเคราะห์ ข้อมูลการลงทุน และข่าวสาร ครบจบในที่เดียว
  • ความปลอดภัยสูง: มั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล เพราะพัฒนาโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  • มีแอปพลิเคชันบนมือถือ: เทรดหุ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านสมาร์ทโฟน

เหมาะกับใคร?

  • นักลงทุนที่ต้องการแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่าย และปลอดภัย
  • นักลงทุนที่ต้องการฟังก์ชันครบครัน ในแพลตฟอร์มเดียว
  • นักลงทุนที่ต้องการเทรดหุ้นผ่านมือถือ

ข้อสังเกต:

  • Settrade Streaming อาจมีข้อจำกัด ในเรื่องของเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค เมื่อเทียบกับ Streaming Pro

สรุปส่งท้าย

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับ 3 แพลตฟอร์มเทรดหุ้นยอดนิยม ที่ผมนำมาฝากกันในวันนี้ หวังว่าเพื่อนๆ คงจะได้ข้อมูล และเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะกับตัวเองได้นะครับ สุดท้ายนี้ ขอให้เพื่อนๆ ทุกคน โชคดีในการลงทุนนะครับ!

Hot this week

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

Topics

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

PMI/ISM อ่านอย่างไร คู่มืออ่านดัชนีผู้จัดการจัดซื้อสำหรับเทรดเดอร์

PMI/ISM ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ที่โผล่ในปฏิทินเศรษฐกิจเดือนละครั้ง แต่คือเสียงจากผู้จัดการจัดซื้อที่อยู่หน้าโรงงานและออฟฟิศจริงๆ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่า PMI คืออะไร ISM ต่างจาก PMI เจ้าอื่นอย่างไร กลไก 50 จุดแปลว่าอะไร รวมถึงวิธีอ่าน PMI/ISM แบบทีละขั้นสำหรับเทรดเดอร์ทองและ Forex ที่ต้องการมองเกมเศรษฐกิจให้ขาดกว่าเดิม

ลูปจัดการอารมณ์ที่กั้นระหว่างเทรดเดอร์รอดกับพอร์ตพัง

ส่วนใหญ่พอร์ตไม่ได้พังเพราะกราฟ แต่พังเพราะเทรดเดอร์ไม่เคยรู้เลยว่า ช่วงไหน “ระบบคุมมือ” ช่วงไหน “อารมณ์คุมมือ”ไม้ที่เข้าเพราะ FOMO ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม้ปกติ แค่เห็นกราฟวิ่ง เห็นคนอื่นโชว์กำไร ก็รีบกดโดยไม่ทันเช็ก RR...

หลายครั้งไม่ได้แพ้ที่ “ทิศทางราคา” แต่แพ้ที่ “เหตุผลในการเข้าไม้”

ฝั่งหนึ่งเข้าเพราะกลัวตกรถ ราคาไปทางไหนก็วิ่งตาม อีกฝั่งหนึ่งเข้าเพราะรู้ชัดว่า ตรงนี้คือโซนได้เปรียบของตัวเอง Risk/Reward คุ้ม และยอมรับผลลัพธ์ได้ถ้าเราเคยไล่ซื้อทุกแท่งเขียว เคยเห็นคนอื่นกำไรแล้วทนไม่ได้ เคยเข้าตามฟีลโดยไม่รู้จุดตัดขาดทุน แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแบบ “แมงเม่า / นักพนัน” อยู่เงียบ ๆแต่...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img