Tuesday, January 20, 2026
26.8 C
Bangkok

Grid Trading เทคนิคเก็บกำไรจากตลาดผันผวนที่คุณต้องลอง

คีย์เทคอเวย์ทำให้ผมรู้เลยว่า Grid Trading ไม่ใช่แค่กลยุทธ์ธรรมดาๆ แต่เป็นศิลปะในการจัดวางคำสั่งซื้อขายที่เหมือนตะแกรง ตะกร้า และเวทีที่เราสามารถจับจังหวะราคาที่แกว่งไปมาในตลาดที่ไม่มีแนวโน้มชัดเจน ฉันอยากเล่าให้ฟังถึงวิธีที่ผมใช้วิธีนี้มาสร้างกำไรในตลาดผันผวนอย่าง Forex และ Cryptocurrency ซึ่งเป็นตลาดที่คุณอาจจะรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในเรือโยกไปโยกมาในคลื่นทะเลที่ไม่รู้จบ

มาดูกันก่อนเลยว่า Grid Trading คืออะไร? โดยง่ายๆ เลยคือการตั้งคำสั่งซื้อ (Buy) และขาย (Sell) เอาไว้ตามระยะห่างของราคาที่เรากำหนดทั้งด้านบนและด้านล่าง ในรูปแบบเป็นตาราง “grid” ซึ่งทำให้เมื่อราคาหลุดออกไปในช่วงแคบๆ เหล่านี้ เราจะสามารถจับกำไรเป็นจุดเล็กๆ จากความเปลี่ยนแปลงของราคาได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องเดาว่าราคาจะขึ้นหรือจะลงไปที่ไหน

วิธีออกแบบตารางคำสั่ง หรือเราจะเรียกว่าการเลือก “grid size” คือการกำหนดระยะห่างระหว่างคำสั่งซื้อกับขายซึ่งต้องเหมาะกับช่วงราคาของสินทรัพย์ ตัวอย่างเช่น ในตลาด Forex ที่ราคามีการแกว่งตัวไม่กว้างมาก อาจเลือกระยะห่างเล็กๆ เพื่อเก็บเกี่ยวกำไรที่บ่อย แต่ในตลาด Cryptocurrency ที่มีความผันผวนสูง เราอาจต้องเว้นช่องห่างมากขึ้นเพื่อไม่ให้คำสั่งโดนยิงบ่อยเกินไปจนขาดทุน

นอกจากนี้ การจัดการความเสี่ยงก็สำคัญมากๆ ผมขอแนะนำให้ตั้ง “stop loss” เพื่อจำกัดการขาดทุนหากตลาดเกิดการเบรกเทรนด์แบบแรง หรือใช้ทุนเทรดที่เหมาะสมไม่มากเกินไปจนกระทบเงินทุนทั้งหมด เป็นการป้องกันตัวเองจากความเสี่ยงที่ไม่มีใครคาดเดาได้ในตลาดผันผวนนี้

แล้วกลยุทธ์นี้เหมาะกับสถานการณ์ไหน? Grid Trading โดดเด่นอย่างมากในตลาดที่เคลื่อนไหวแบบ Sideways หรือไม่มีแนวโน้มชัดเจน รวมถึงตลาดที่มีความผันผวนสูง เช่น ตลาด Forex และ Cryptocurrency เพราะมันช่วยให้เราเก็บกินกำไรแค่จากการขึ้นลงเล็กๆของราคาได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าราคาจะไปในทิศทางไหนไกลมาก

ถ้าอยากเริ่มต้นลองตั้งค่าการเทรดแบบ Grid Trading ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ ผมแนะนำให้ทดลองใช้เครื่องมือที่มีให้เลือกมากมาย เช่นการตั้งคำสั่งอัตโนมัติใน MetaTrader 4 (MT4) หรือใช้บอทเทรดที่ออกแบบมาเพื่อสร้างตารางคำสั่งอัตโนมัติ และปรับแต่งให้เหมาะกับสินทรัพย์ที่คุณเทรด เช่นเดียวกับที่ผมใช้มาช่วยลดเวลาการเฝ้าจอและทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง

สรุปเลยครับ Grid Trading คือกลยุทธ์ที่มีเอกลักษณ์ ไม่จำเป็นต้องทายทิศทางของตลาดล่วงหน้า และเหมาะมากสำหรับตลาดที่ผันผวนและไม่มีเทรนด์ชัดเจน ที่สำคัญถ้ารู้จักออกแบบตาข่ายคำสั่งให้เหมาะสมกับสภาพตลาด รวมถึงบริหารความเสี่ยงได้ดี จะช่วยเปิดโอกาสให้เราเก็บกินกำไรรายเล็กๆ อย่างสม่ำเสมอในสภาพตลาดที่ดูเหมือนไม่แน่นอนไปซะทั้งหมด

ถ้าคุณกำลังมองหากลยุทธ์เทรดใหม่ที่แตกต่าง เต็มไปด้วยโอกาสในโลกการเทรดที่ซับซ้อนนี้ ลองศึกษาและทดลอง Grid Trading ดูนะครับ รับรองว่าจะเป็นเครื่องมือช่วยให้คุณจับโอกาสในตลาดผันผวนได้มากขึ้นแน่นอน

คำชี้แจง

เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้สร้างขึ้นโดย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากระบบ AI ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและงานวิจัยล่าสุดแบบ Real-time อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในการทำความเข้าใจข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะถูกสร้างโดยมนุษย์หรือ AI ก็ตาม

ทีมงาน NowTrd.com มุ่งมั่นที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือเพื่อมอบข้อมูลที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้อ่านทุกท่านอย่างมีความรับผิดชอบต่อความถูกต้อง หากพบข้อผิดพลาดหรือจุดบกพร่องใดๆ โปรดแจ้งให้เราทราบที่ [email protected] เพื่อร่วมพัฒนาเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ

Hot this week

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

Topics

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

PMI/ISM อ่านอย่างไร คู่มืออ่านดัชนีผู้จัดการจัดซื้อสำหรับเทรดเดอร์

PMI/ISM ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ที่โผล่ในปฏิทินเศรษฐกิจเดือนละครั้ง แต่คือเสียงจากผู้จัดการจัดซื้อที่อยู่หน้าโรงงานและออฟฟิศจริงๆ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่า PMI คืออะไร ISM ต่างจาก PMI เจ้าอื่นอย่างไร กลไก 50 จุดแปลว่าอะไร รวมถึงวิธีอ่าน PMI/ISM แบบทีละขั้นสำหรับเทรดเดอร์ทองและ Forex ที่ต้องการมองเกมเศรษฐกิจให้ขาดกว่าเดิม

ลูปจัดการอารมณ์ที่กั้นระหว่างเทรดเดอร์รอดกับพอร์ตพัง

ส่วนใหญ่พอร์ตไม่ได้พังเพราะกราฟ แต่พังเพราะเทรดเดอร์ไม่เคยรู้เลยว่า ช่วงไหน “ระบบคุมมือ” ช่วงไหน “อารมณ์คุมมือ”ไม้ที่เข้าเพราะ FOMO ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม้ปกติ แค่เห็นกราฟวิ่ง เห็นคนอื่นโชว์กำไร ก็รีบกดโดยไม่ทันเช็ก RR...

หลายครั้งไม่ได้แพ้ที่ “ทิศทางราคา” แต่แพ้ที่ “เหตุผลในการเข้าไม้”

ฝั่งหนึ่งเข้าเพราะกลัวตกรถ ราคาไปทางไหนก็วิ่งตาม อีกฝั่งหนึ่งเข้าเพราะรู้ชัดว่า ตรงนี้คือโซนได้เปรียบของตัวเอง Risk/Reward คุ้ม และยอมรับผลลัพธ์ได้ถ้าเราเคยไล่ซื้อทุกแท่งเขียว เคยเห็นคนอื่นกำไรแล้วทนไม่ได้ เคยเข้าตามฟีลโดยไม่รู้จุดตัดขาดทุน แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแบบ “แมงเม่า / นักพนัน” อยู่เงียบ ๆแต่...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img