Sunday, January 18, 2026
26.4 C
Bangkok

รู้จักกลยุทธ์ Hedging เทคนิคประกันความเสี่ยงสำหรับนักเทรดไทย

สวัสดีครับเพื่อน ๆ นักลงทุนและเทรดเดอร์ทุกคน วันนี้ผมอยากจะมาคุยเรื่องกลยุทธ์ที่หลายคนอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้าง แต่ว่าจะมาเจาะลึกในมุมที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริงสำหรับนักเทรดไทยอย่างเรา ๆ นั่นก็คือ การใช้ “กลยุทธ์เทรดแบบ Hedging” หรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า “การประกันความเสี่ยง” นั่นเองครับ

ถ้าเพื่อน ๆ เคยเจอกับสถานการณ์ตลาดที่ขึ้น ๆ ลง ๆ ไม่แน่นอนจนทำให้รู้สึกเครียดกับพอร์ต แม้จะมีแผนลงทุนที่ดีแค่ไหน การใช้ Hedging นั้นจะเป็นเหมือนเกราะป้องกันที่ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี ผมจะเล่าให้ฟังถึงวิธีการตั้งค่ากลยุทธ์นี้ด้วยเครื่องมืออย่างฟิวเจอร์ส ออปชัน รวมถึงเทคนิคการเลือกคู่สัญญาที่เหมาะสม พร้อมข้อดีข้อเสียของวิธีนี้ เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้เห็นภาพชัดเจนและพร้อมที่จะนำไปใช้งานจริงครับ

ทำความรู้จักกับ Hedging

กลยุทธ์ Hedging คือ การเปิดสถานะที่ตรงกันข้ามกับสถานะที่มีอยู่ในพอร์ตของเรา เช่น ถ้าเราถือหุ้นไว้ในพอร์ตและกังวลว่าราคาจะตกลง เราอาจจะเปิดตำแหน่งขายล่วงหน้า (short position) ในฟิวเจอร์ส หรือซื้อ put option เพื่อป้องกันความเสี่ยงนั้น การทำ Hedging จึงเหมือนประกันภัยที่ช่วยให้เรารับมือกับความเสี่ยงของตลาดได้โดยไม่ต้องถอดทุนออกจากการลงทุน

เครื่องมือยอดนิยมสำหรับ Hedging

1. ฟิวเจอร์ส (Futures): เป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ช่วยให้เราสามารถล็อกราคาสินทรัพย์ได้ล่วงหน้า เหมาะมากสำหรับการตั้ง Hedging ในสินทรัพย์หลักที่เราถืออยู่

2. ออปชัน (Options): โดยเฉพาะ Put Option ที่ช่วยให้เราซื้อสิทธิ์ในการขายสินทรัพย์ในราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ซึ่งจะเป็นตัวช่วยที่ดีในการป้องกันขาลงของราคา

3. คู่สัญญาที่เหมาะสม: การเลือกคู่สัญญาที่สัมพันธ์กับสินทรัพย์ที่ถืออยู่ เช่น ใช้ Futures ของ SET50 Index เพื่อ Hedge หุ้นในตลาดหุ้นไทย ซึ่งต้องวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของราคาเพื่อให้ Hedging มีประสิทธิภาพ

ข้อดีของการใช้กลยุทธ์ Hedging

– ลดความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนจากความผันผวนของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
– ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถรักษาตำแหน่งการลงทุนในระยะยาวได้โดยไม่ต้องกังวลมาก
– เพิ่มความมั่นใจและวินัยในการลงทุน เพราะรู้ว่ามีการป้องกันความเสี่ยงที่ชัดเจน

ข้อควรระวังและข้อเสียของ Hedging

– มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เช่น ค่าธรรมเนียมในการซื้อขายฟิวเจอร์สและออปชัน
– โอกาสทำกำไรในช่วงตลาดขาขึ้นอาจถูกจำกัดเพราะมีสถานะตรงข้ามที่ลดผลตอบแทน
– ต้องใช้ความรู้และความเข้าใจในการตั้งค่า ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และเป้าหมายการลงทุน

เมื่อไหร่ควรใช้กลยุทธ์ Hedging?

เพื่อน ๆ ควรพิจารณาใช้ Hedging ในสถานการณ์เหล่านี้:

– ตลาดมีความผันผวนสูงและแนวโน้มไม่ชัดเจน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการสูญเสียทุน
– มีพอร์ตลงทุนที่เน้นสินทรัพย์เสี่ยงมาก เช่น หุ้นหรือฟิวเจอร์สในหุ้นเทคโนโลยี
– ต้องการปกป้องกำไรที่ทำได้ในช่วงขาขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงราคาที่อาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

เทคนิคการตั้งค่า Hedging ที่ใช้งานได้จริง

– เริ่มจากวิเคราะห์ความสัมพันธ์ราคาของสินทรัพย์หลักและเครื่องมือ Hedging ที่จะใช้
– เลือกขนาดและจำนวนสัญญา Hedging ให้เหมาะสมกับพอร์ตโดยไม่เกินทุน
– ตั้งค่า Stop Loss และ Take Profit ในแต่ละสถานะเพื่อจัดการความเสี่ยงโดยรวม
– ติดตามและปรับกลยุทธ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ Hedging มีประสิทธิภาพต่อสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลง

สรุปเลยนะครับว่า กลยุทธ์ Hedging เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เพื่อน ๆ นักลงทุนและเทรดเดอร์ไทยจัดการกับความเสี่ยงได้อย่างมืออาชีพ โดยเฉพาะในยุคที่ตลาดเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภายในประเทศมีความไม่แน่นอนมากขึ้น เทคนิคนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่ถ้าใช้ถูกวิธี จะช่วยให้เราปกป้องพอร์ตลงทุนได้อย่างมั่นคงและมีโอกาสเติบโตในระยะยาว

ลองนำคำแนะนำเหล่านี้ไปปรับใช้กันดูนะครับ รับรองว่าคุณจะรู้สึกสบายใจและมั่นใจกับการเทรดและการลงทุนของตัวเองมากขึ้นในทุกสภาวะตลาด

ที่มาและข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติมเพื่อความลึกซึ้งในการศึกษากลยุทธ์ Hedging:

– https://www.ebc.com/th/forex/261888.html
– https://thaibrokerforex.com/hedging/
– https://mtrading.com/th/education/articles/forex-strategy/beginner-tips-to-use-a-forex-hedging-strategy-th

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยเพิ่มพูนความรู้ให้เพื่อน ๆ ได้อย่างยอดเยี่ยมนะครับ!

คำชี้แจง

เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้สร้างขึ้นโดย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากระบบ AI ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและงานวิจัยล่าสุดแบบ Real-time อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในการทำความเข้าใจข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะถูกสร้างโดยมนุษย์หรือ AI ก็ตาม

ทีมงาน NowTrd.com มุ่งมั่นที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือเพื่อมอบข้อมูลที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้อ่านทุกท่านอย่างมีความรับผิดชอบต่อความถูกต้อง หากพบข้อผิดพลาดหรือจุดบกพร่องใดๆ โปรดแจ้งให้เราทราบที่ [email protected] เพื่อร่วมพัฒนาเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ

Hot this week

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

Topics

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

PMI/ISM อ่านอย่างไร คู่มืออ่านดัชนีผู้จัดการจัดซื้อสำหรับเทรดเดอร์

PMI/ISM ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ที่โผล่ในปฏิทินเศรษฐกิจเดือนละครั้ง แต่คือเสียงจากผู้จัดการจัดซื้อที่อยู่หน้าโรงงานและออฟฟิศจริงๆ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่า PMI คืออะไร ISM ต่างจาก PMI เจ้าอื่นอย่างไร กลไก 50 จุดแปลว่าอะไร รวมถึงวิธีอ่าน PMI/ISM แบบทีละขั้นสำหรับเทรดเดอร์ทองและ Forex ที่ต้องการมองเกมเศรษฐกิจให้ขาดกว่าเดิม

ลูปจัดการอารมณ์ที่กั้นระหว่างเทรดเดอร์รอดกับพอร์ตพัง

ส่วนใหญ่พอร์ตไม่ได้พังเพราะกราฟ แต่พังเพราะเทรดเดอร์ไม่เคยรู้เลยว่า ช่วงไหน “ระบบคุมมือ” ช่วงไหน “อารมณ์คุมมือ”ไม้ที่เข้าเพราะ FOMO ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม้ปกติ แค่เห็นกราฟวิ่ง เห็นคนอื่นโชว์กำไร ก็รีบกดโดยไม่ทันเช็ก RR...

หลายครั้งไม่ได้แพ้ที่ “ทิศทางราคา” แต่แพ้ที่ “เหตุผลในการเข้าไม้”

ฝั่งหนึ่งเข้าเพราะกลัวตกรถ ราคาไปทางไหนก็วิ่งตาม อีกฝั่งหนึ่งเข้าเพราะรู้ชัดว่า ตรงนี้คือโซนได้เปรียบของตัวเอง Risk/Reward คุ้ม และยอมรับผลลัพธ์ได้ถ้าเราเคยไล่ซื้อทุกแท่งเขียว เคยเห็นคนอื่นกำไรแล้วทนไม่ได้ เคยเข้าตามฟีลโดยไม่รู้จุดตัดขาดทุน แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแบบ “แมงเม่า / นักพนัน” อยู่เงียบ ๆแต่...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img