Sunday, January 25, 2026
22 C
Bangkok

การใช้ Price Action แบบไม่ง้อ Indicator เทคนิคจับจังหวะราคาที่เทรดเดอร์ไทยต้องลอง

สวัสดีครับเพื่อนเทรดเดอร์ชาวไทยทุกท่าน วันนี้ผมอยากมาพูดคุยและแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้ Price Action ในการเทรด แบบที่ไม่ต้องพึ่งพา Indicator เยอะแยะจนแย้งจากการตีความตลาด แต่กลับเน้นจับจังหวะและทำความเข้าใจพฤติกรรมราคาจริง ๆ ผ่านการอ่านแท่งเทียนและการวิเคราะห์รูปแบบราคาอย่างลึกซึ้ง ไปกันเลยครับ!

เริ่มต้นกันก่อน Price Action คืออะไร? ง่าย ๆ ก็คือการดูการเปลี่ยนแปลงของราคาบนกราฟแท่งเทียนเปล่า ๆ แบบไม่ต้องง้อ Indicator ใด ๆ เพื่อสื่อสารว่าตลาดตอนนั้นเป็นอย่างไร มีแรงซื้อหรือแรงขายเดินทางไปทางไหนเท่านั้นเอง

ผมเชื่อว่าในฐานะเทรดเดอร์ไทย เราทุกคนมักจะเจอกับความสับสนเมื่อมี Indicator เยอะจนทำให้ดูกราฟรก หลายคนก็ไม่รู้จะเชื่อสัญญาณไหน ในขณะที่ Price Action ให้คุณแทบจะกลับมาดูตัวราคาที่แท้จริงและเข้าใจมันอย่างตรงไปตรงมา

ทีนี้เรามาพูดถึงรูปแบบแท่งเทียนที่สำคัญ 2 ชนิด ที่ผมเห็นเทรดเดอร์มากมายใช้ได้ผลดี ได้แก่

1. Pin Bar
Pin Bar คือแท่งเทียนที่มีไส้เทียนยาว เหมือนเป็นหางของแท่งเทียนที่บอกถึงการกลับตัวของราคา หากเราเจอ Pin Bar ที่ปลายแนวรับ แนวต้าน เป็นสัญญาณที่แจ้งเตือนว่าตลาดกำลังจะเปลี่ยนทิศทาง

2. Engulfing
รูปแบบ Engulfing คือแท่งเทียนที่ตัวมันเองกลบแท่งเทียนก่อนหน้า เราจะเรียกว่า Bullish Engulfing เมื่อแท่งเขียวกลบแท่งแดง และ Bearish Engulfing เมื่อแท่งแดงกลบแท่งเขียว รูปแบบนี้ชี้บ่งแรงซื้อหรือแรงขายที่เข้ามาคุมตลาด

การรู้จักและแยกแยะแท่งเทียนเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะช่วยให้เราเข้าใจพฤติกรรมผู้เล่นในตลาดที่ไม่พูดแต่แสดงออกมาทางราคา

อีกเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญมาก ๆ คือการหาแนวรับ แนวต้าน เพราะ Price Action จะทำงานได้ดีมากเมื่อเราวางแผนเทรดล่วงหน้าตรงจุดเหล่านี้

สำหรับวิธีการหาแนวรับแนวต้านนั้นไม่ยากเลยครับ เราสามารถสังเกตจากจุดที่ราคาหยุดพักหรือกลับตัวบ่อย ๆ ในอดีตโดยเฉพาะจุดที่ราคาชนแล้วดีดตัว กลายเป็นเสมือนกำแพงที่ราคาไม่สามารถผ่านไปได้ง่าย ๆ

เมื่อผมนำ Price Action มารวมกับแนวรับแนวต้าน เห็นหลายครั้งที่จังหวะเข้าซื้อขายของผมแม่นขึ้นอย่างชัดเจน เพราะผมสามารถจับสัญญาณกลับตัวตรงบริเวณสำคัญ ๆ ของตลาด

แล้วการตัดสินใจเข้าออกตลาดล่ะ?
คำถามนี้เป็นหัวใจหลักของทุกการเทรดใช่ไหมครับ?

ผมแนะนำให้ใช้สัญญาณแท่งเทียนและแนวรับแนวต้านร่วมกัน เช่น หากราคามาแตะแนวรับ แล้วเกิด Pin Bar ที่มีไส้เทียนยาวชัดเจนและมีแรงซื้อกลับเข้ามา นั่นคือโอกาสดีในการเปิดออเดอร์ซื้อ

ส่วนการออกจากตลาดคือการสังเกตว่า ราคาเดินทางถึงแนวต้านหรือเกิดสัญญาณกลับตัวจากแท่งเทียน เช่น Bearish Engulfing หรือ Pin Bar ที่ปลายเทรนด์ขาขึ้นแล้วครับ

ถ้าถามว่าผมใช้ Price Action ในชีวิตการเทรดยังไงบ้าง?
ผมมักจะเริ่มสแกนตลาดด้วยกราฟเปล่า ๆ แล้วจับตาดูรูปแบบแท่งเทียนและพวกแนวรับแนวต้านเป็นหลัก ไม่ได้ใส่ Indicator ให้รกกราฟ

หลังจากนั้น ผมวางแผนเข้าออเดอร์โดยเหมาะสมกับสภาพตลาด เช่น การตั้ง Stop Loss ที่อยู่ห่างจากแนวรับแนวต้านเล็กน้อยเพื่อป้องกันความเสี่ยง

บางครั้งตลาดอาจดูซับซ้อน แต่ผมก็ถือว่า Price Action เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราเข้าใจความเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติของราคา มันไม่ใช่แค่เทคนิค แต่เหมือนการอ่านภาษาใจของตลาดนั่นเอง

สุดท้ายนี้ ผมอยากให้เทรดเดอร์ไทยทุกคนลองนำ Price Action ไปใช้ในการเทรดจริง ๆ ดูครับ ลืม Indicator ที่ทำให้รกกราฟและสร้างความสับสน แล้วเริ่มต้นจับสัญญาณราคาจริง แค่นี้คุณก็จะรู้สึกว่าการเทรดมันง่ายขึ้นและแม่นยำขึ้นมาก ๆ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยเติมเต็มความเข้าใจเรื่อง Price Action ให้กับคุณได้ดีนะครับ ขอให้ทุกท่านโชคดีในการลงทุนและเทรดครับ!

คำชี้แจง

เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้สร้างขึ้นโดย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากระบบ AI ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและงานวิจัยล่าสุดแบบ Real-time อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในการทำความเข้าใจข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะถูกสร้างโดยมนุษย์หรือ AI ก็ตาม

ทีมงาน NowTrd.com มุ่งมั่นที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือเพื่อมอบข้อมูลที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้อ่านทุกท่านอย่างมีความรับผิดชอบต่อความถูกต้อง หากพบข้อผิดพลาดหรือจุดบกพร่องใดๆ โปรดแจ้งให้เราทราบที่ [email protected] เพื่อร่วมพัฒนาเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ

Hot this week

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

Topics

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

PMI/ISM อ่านอย่างไร คู่มืออ่านดัชนีผู้จัดการจัดซื้อสำหรับเทรดเดอร์

PMI/ISM ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ที่โผล่ในปฏิทินเศรษฐกิจเดือนละครั้ง แต่คือเสียงจากผู้จัดการจัดซื้อที่อยู่หน้าโรงงานและออฟฟิศจริงๆ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่า PMI คืออะไร ISM ต่างจาก PMI เจ้าอื่นอย่างไร กลไก 50 จุดแปลว่าอะไร รวมถึงวิธีอ่าน PMI/ISM แบบทีละขั้นสำหรับเทรดเดอร์ทองและ Forex ที่ต้องการมองเกมเศรษฐกิจให้ขาดกว่าเดิม

ลูปจัดการอารมณ์ที่กั้นระหว่างเทรดเดอร์รอดกับพอร์ตพัง

ส่วนใหญ่พอร์ตไม่ได้พังเพราะกราฟ แต่พังเพราะเทรดเดอร์ไม่เคยรู้เลยว่า ช่วงไหน “ระบบคุมมือ” ช่วงไหน “อารมณ์คุมมือ”ไม้ที่เข้าเพราะ FOMO ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม้ปกติ แค่เห็นกราฟวิ่ง เห็นคนอื่นโชว์กำไร ก็รีบกดโดยไม่ทันเช็ก RR...

หลายครั้งไม่ได้แพ้ที่ “ทิศทางราคา” แต่แพ้ที่ “เหตุผลในการเข้าไม้”

ฝั่งหนึ่งเข้าเพราะกลัวตกรถ ราคาไปทางไหนก็วิ่งตาม อีกฝั่งหนึ่งเข้าเพราะรู้ชัดว่า ตรงนี้คือโซนได้เปรียบของตัวเอง Risk/Reward คุ้ม และยอมรับผลลัพธ์ได้ถ้าเราเคยไล่ซื้อทุกแท่งเขียว เคยเห็นคนอื่นกำไรแล้วทนไม่ได้ เคยเข้าตามฟีลโดยไม่รู้จุดตัดขาดทุน แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแบบ “แมงเม่า / นักพนัน” อยู่เงียบ ๆแต่...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img