Friday, February 6, 2026
27.4 C
Bangkok

ทำความรู้จัก Fibonacci เครื่องมือเด็ดที่ช่วยจับจังหวะตลาดได้แม่นยำ

หลายคนที่เริ่มต้นกับการเทรด ก็คงเคยได้ยินคำว่า “Fibonacci” กันมาบ้าง แต่มันคืออะไร? และทำไมหลายคนถึงเลือกใช้มันจนแทบขาดไม่ได้ในกลยุทธ์เทรด? ผมอยากเล่าให้ฟังจากประสบการณ์ตรงที่ผมได้ลองใช้ Fibonacci ในการจับจังหวะตลาดจริง ๆ และทำให้การตัดสินใจของผมมีความแม่นยำขึ้นเป็นกอง

ก่อนอื่นเลย Fibonacci คือ ชุดตัวเลขที่มาจากนักคณิตศาสตร์ชื่อ Leonardo Fibonacci ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ถูกนำมาใช้ในการวางระดับจุดกลับตัวของราคาในตลาดทุน ซึ่งเราเรียกกันว่า “Fibonacci Retracement” และยังมีอีกส่วนที่เรียกว่า “Fibonacci Extension” ที่ใช้ในการคาดการณ์เป้าหมายราคาหลังจากที่ตลาดเคลื่อนตัวตามแนวโน้มหลัก

ผมจะขอแบ่งประเด็นหลักที่สำคัญให้เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้

1. การใช้ Fibonacci Retracement เพื่อจับจังหวะกลับตัวในตลาด
2. การประยุกต์ Level Fibonacci Extension เพื่อหาจุดทำกำไรหรือแนวต้าน/แนวรับในอนาคต
3. การบริหารความเสี่ยงผสานกับ Fibonacci เพื่อปกป้องเงินทุน

มาเริ่มกันที่ Fibonacci Retracement กันก่อน เมื่อเราเห็นว่าตลาดกำลังเคลื่อนตัวในแนวโน้มหนึ่ง (ไม่ว่าจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง) เราสามารถลากเส้นจากจุดต่ำสุดไปยังจุดสูงสุด หรือจากจุดสูงสุดไปยังจุดต่ำสุด เพื่อกำหนดระดับ Fibonacci ที่สำคัญ ได้แก่ 23.6%, 38.2%, 50%, 61.8% และ 78.6% ในมุมมองของผม ระดับเหล่านี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขเฉย ๆ แต่เหมือนจุดหมายที่นักเทรดทั่วโลกใช้กันเพื่อจับโอกาสกลับตัวของราคาได้

ลองนึกภาพในตลาดฟอเร็กซ์ เช่น คู่เงิน EUR/USD ที่กำลังขึ้นราคาแล้วมีการย่อตัวลงมาในระดับ 38.2% ของรอบที่ขึ้นก่อนหน้านี้ นี่คือจุดที่นักเทรดมือโปรจะรอเข้าซื้อเพราะเชื่อว่าราคาจะกลับขึ้นใหม่อีกครั้ง แนวนี้ถือเป็นแนวรับสำคัญที่ทำให้โอกาสขาดทุนน้อยลง และถ้าหากราคาดิ่งหลุดเลย นั่นก็เป็นสัญญาณบอกว่าตลาดอาจเปลี่ยนเทรนด์จริง ๆ หรือมีแรงขายที่รุนแรง

ส่วน Fibonacci Extension จะใช้ในช่วงที่ตลาดปรับตัวและเริ่มมีเทรนด์ขึ้นอีกครั้ง ผมใช้มันเพื่อคาดการณ์เป้าหมายราคาที่เป็นไปได้ เช่น 127.2%, 161.8% หรือ 261.8% เหล่านี้คือขอบเขตที่ราคาน่าจะไปถึงหรือเกิดแรงต้านแรงรับที่สำคัญ ถ้าเราคิดในเชิงกลยุทธ์ มันช่วยให้เราวางแผนกำไรและตั้งจุดตัดขาดทุนได้ชัดเจนขึ้น

แต่แน่นอนว่าการใช้ Fibonacci เพียงอย่างเดียวไม่พอ การผสานกับระบบบริหารความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งที่ช่วยผมมากที่สุด สิ่งที่ผมทำ เช่น การตั้งจุดหยุดขาดทุน (Stop Loss) ไว้ที่ระดับที่เกินกว่า Fibonacci Retracement เล็กน้อย เพื่อป้องกันการหลุดระดับจริง ๆ และไม่ให้ขาดทุนหนักจนเกินควร หรือบางครั้งต้องมีการปรับเปลี่ยนขนาดพอร์ตตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้

นอกจากนี้ ผมอยากแนะนำเพิ่มเติมเรื่องการฝึกฝนและการสังเกตตลาด เพราะ Fibonacci คือเครื่องมือหนึ่งที่แม่นยำเมื่อรู้จักใช้ให้ถูกสถานการณ์ เราควรรวมข้อมูลกับอินดิเคเตอร์อื่น ๆ เช่น เส้นค่าเฉลี่ย (Moving Average) หรือแนวโน้มราคาที่แข็งแกร่ง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเทรด

ลองมาดูตัวอย่างจากตลาดคริปโตที่มีความผันผวนสูง ถ้าเรายึด Fibonacci Retracement ในช่วงที่ Bitcoin กำลังฟื้นตัวหลังจากการร่วงใหญ่ ตัวเลขระดับ 50% จะกลายเป็นแนวรับที่สำคัญมาก เพราะนักลงทุนจะรอตัดสินใจซื้อคืนในระดับนี้ ทำให้ราคามีโอกาสเด้งขึ้นอย่างรวดเร็ว และเมื่อตลาดกลับมาแข็งแรงก็จะเห็นเป้าหมาย Fibonacci Extension เป็นที่ตั้งเป้าหมายการทำกำไรอย่างชัดเจน

สำหรับนักเทรดชาวไทยที่กำลังอ่าน อยากให้ลองนำแนวคิดนี้ไปใช้จริงในกราฟของตนเอง ลองจับจุดสูงสุดและต่ำสุดของการเคลื่อนไหวราคาล่าสุด ลากเส้น Fibonacci แล้วสังเกตว่าราคามีปฏิกิริยาอย่างไร เมื่อเจอระดับสำคัญเหล่านี้ การฝึกฝนเช่นนี้ซ้ำ ๆ จะช่วยให้คุณเกิดความเชี่ยวชาญและจับจังหวะทำกำไรได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน

สุดท้ายนี้ การเทรดด้วย Fibonacci ไม่ใช่เวทมนตร์ที่ทำกำไรได้ 100% แต่มันคือเครื่องมือที่ลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสทองที่จะประสบความสำเร็จในตลาด ซึ่งถ้าคุณใช้มันควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงและจิตวิทยาที่ดี คุณจะเป็นเทรดเดอร์ที่มั่นใจและสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงได้จากการเทรดออนไลน์อย่างมืออาชีพ

หวังว่าเนื้อหานี้จะช่วยให้คุณมีกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งขึ้นกับการใช้ Fibonacci ในการเทรด อย่าลืมว่าการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด และกุญแจสำคัญคือการลงมือทำและฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง เพื่อความสำเร็จในเส้นทางการเทรดของคุณเองครับ

แหล่งข้อมูลที่ใช้ประกอบ:
– https://www.mindmathmoney.com/articles/the-ultimate-fibonacci-trading-course-2025-a-comprehensive-guide-to-fibonacci-retracements-and-extensions
– https://www.babypips.com/learn/forex/fibonacci-retracement
– https://thetradinganalyst.com/how-to-use-fibonacci-retracement/
– https://blueberrymarkets.com/academy/how-to-use-fibonacci-retracement-in-forex-trading/

คำชี้แจง

เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้สร้างขึ้นโดย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากระบบ AI ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและงานวิจัยล่าสุดแบบ Real-time อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในการทำความเข้าใจข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะถูกสร้างโดยมนุษย์หรือ AI ก็ตาม

ทีมงาน NowTrd.com มุ่งมั่นที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือเพื่อมอบข้อมูลที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้อ่านทุกท่านอย่างมีความรับผิดชอบต่อความถูกต้อง หากพบข้อผิดพลาดหรือจุดบกพร่องใดๆ โปรดแจ้งให้เราทราบที่ [email protected] เพื่อร่วมพัฒนาเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ

Hot this week

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

Topics

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

PMI/ISM อ่านอย่างไร คู่มืออ่านดัชนีผู้จัดการจัดซื้อสำหรับเทรดเดอร์

PMI/ISM ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ที่โผล่ในปฏิทินเศรษฐกิจเดือนละครั้ง แต่คือเสียงจากผู้จัดการจัดซื้อที่อยู่หน้าโรงงานและออฟฟิศจริงๆ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่า PMI คืออะไร ISM ต่างจาก PMI เจ้าอื่นอย่างไร กลไก 50 จุดแปลว่าอะไร รวมถึงวิธีอ่าน PMI/ISM แบบทีละขั้นสำหรับเทรดเดอร์ทองและ Forex ที่ต้องการมองเกมเศรษฐกิจให้ขาดกว่าเดิม

ลูปจัดการอารมณ์ที่กั้นระหว่างเทรดเดอร์รอดกับพอร์ตพัง

ส่วนใหญ่พอร์ตไม่ได้พังเพราะกราฟ แต่พังเพราะเทรดเดอร์ไม่เคยรู้เลยว่า ช่วงไหน “ระบบคุมมือ” ช่วงไหน “อารมณ์คุมมือ”ไม้ที่เข้าเพราะ FOMO ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม้ปกติ แค่เห็นกราฟวิ่ง เห็นคนอื่นโชว์กำไร ก็รีบกดโดยไม่ทันเช็ก RR...

หลายครั้งไม่ได้แพ้ที่ “ทิศทางราคา” แต่แพ้ที่ “เหตุผลในการเข้าไม้”

ฝั่งหนึ่งเข้าเพราะกลัวตกรถ ราคาไปทางไหนก็วิ่งตาม อีกฝั่งหนึ่งเข้าเพราะรู้ชัดว่า ตรงนี้คือโซนได้เปรียบของตัวเอง Risk/Reward คุ้ม และยอมรับผลลัพธ์ได้ถ้าเราเคยไล่ซื้อทุกแท่งเขียว เคยเห็นคนอื่นกำไรแล้วทนไม่ได้ เคยเข้าตามฟีลโดยไม่รู้จุดตัดขาดทุน แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแบบ “แมงเม่า / นักพนัน” อยู่เงียบ ๆแต่...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img