Monday, January 19, 2026
32 C
Bangkok

ราคาหุ้นธนาคารอังกฤษร่วงหลังมีข้อเสนอเก็บภาษีกำไร กระทบตลาดการเงินทั่วโลกและไทย

– ราคาหุ้นธนาคารใหญ่ในอังกฤษ เช่น NatWest, Lloyds และ Barclays ตกลงอย่างมากหลังข่าวข้อเสนอเก็บภาษีกำไรจากรัฐบาล

– สถาบันวิจัย IPPR เสนอเก็บภาษีจากกำไรธนาคาร เพื่อชดเชยความเสียหายจากมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณที่รัฐอังกฤษใช้

– ข้อเสนอนี้อาจกระทบถึงการลงทุนและความเชื่อมั่นในภาคการเงิน แต่ยังไม่มีการตอบรับจากรัฐบาลอังกฤษอย่างเป็นทางการ

ราคาหุ้นของธนาคารชั้นนำในอังกฤษ ได้แก่ NatWest, Lloyds และ Barclays ได้ร่วงลงอย่างรวดเร็วหลังมีข้อเสนอจากสถาบันวิจัย Institute for Public Policy Research (IPPR) ให้รัฐบาลอังกฤษพิจารณาเก็บภาษีกำไรจากธนาคารเพื่อเพิ่มรายได้เข้ารัฐถึง 8 พันล้านปอนด์ต่อปี ข้อเสนอนี้สืบเนื่องมาจากผลกระทบของมาตรการนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative Easing) ซึ่งเป็นการที่ธนาคารกลางอังกฤษซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพื่อสนับสนุนระบบการเงินในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ แต่กลับสร้างผลกำไรส่วนเกินแก่ธนาคารพาณิชย์ โดย IPPR มองว่าเป็นการโอนภาระภาษีจากประชาชนไปยังธนาคาร

ราคาหุ้นของ NatWest และ Lloyds ลดลงกว่า 4% ในช่วงเช้าวันศุกร์ก่อนการตลาดเปิด ส่วน Barclays มีการลดลงมากกว่า 3% ซึ่งเป็นผลจากความกังวลของนักลงทุนว่าอาจมีภาษีกำไรเพิ่มเติมต่อภาคธนาคาร ซึ่งสอดคล้องกับคำเตือนจากผู้บริหาร Lloyds ที่แสดงความกังวลต่อการขึ้นภาษีที่จะส่งผลกระทบกับการเติบโตของภาคการเงิน

สำหรับตลาดไทย ภาคธนาคารและการเงินมีความเชื่อมโยงกับตลาดโลก แม้จะยังไม่มีผลตรงจากนโยบายนี้ แต่สถานการณ์ในอังกฤษสามารถส่งผลต่อความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยและอัตราดอกเบี้ย รวมถึงการลงทุนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนในตลาดยุโรปและสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย

นักวิเคราะห์เตือนว่านโยบายนี้อาจทำให้ธนาคารในอังกฤษมีต้นทุนทางภาษีที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อนั้นอาจปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งก็จะมีผลกระทบต่อการให้สินเชื่อของธนาคารต่อภาคธุรกิจและประชาชน การเปลี่ยนแปลงนี้จึงเป็นประเด็นที่นักลงทุนและผู้บริโภคในไทยควรจับตามอง

โดยขณะนี้ รัฐบาลอังกฤษยังไม่ได้แถลงตอบรับข้อเสนออย่างเป็นทางการ แต่เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการหาทางเพิ่มรายได้ของรัฐจากภาคธุรกิจขนาดใหญ่ในยุโรป ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่ารัฐบาลไทยอาจต้องศึกษาความเหมาะสมในบริบทของประเทศไทยด้วย เพื่อเตรียมรับมือและวางนโยบายการเงินและภาษีต่อไป

Hot this week

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

Topics

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

PMI/ISM อ่านอย่างไร คู่มืออ่านดัชนีผู้จัดการจัดซื้อสำหรับเทรดเดอร์

PMI/ISM ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ที่โผล่ในปฏิทินเศรษฐกิจเดือนละครั้ง แต่คือเสียงจากผู้จัดการจัดซื้อที่อยู่หน้าโรงงานและออฟฟิศจริงๆ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่า PMI คืออะไร ISM ต่างจาก PMI เจ้าอื่นอย่างไร กลไก 50 จุดแปลว่าอะไร รวมถึงวิธีอ่าน PMI/ISM แบบทีละขั้นสำหรับเทรดเดอร์ทองและ Forex ที่ต้องการมองเกมเศรษฐกิจให้ขาดกว่าเดิม

ลูปจัดการอารมณ์ที่กั้นระหว่างเทรดเดอร์รอดกับพอร์ตพัง

ส่วนใหญ่พอร์ตไม่ได้พังเพราะกราฟ แต่พังเพราะเทรดเดอร์ไม่เคยรู้เลยว่า ช่วงไหน “ระบบคุมมือ” ช่วงไหน “อารมณ์คุมมือ”ไม้ที่เข้าเพราะ FOMO ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม้ปกติ แค่เห็นกราฟวิ่ง เห็นคนอื่นโชว์กำไร ก็รีบกดโดยไม่ทันเช็ก RR...

หลายครั้งไม่ได้แพ้ที่ “ทิศทางราคา” แต่แพ้ที่ “เหตุผลในการเข้าไม้”

ฝั่งหนึ่งเข้าเพราะกลัวตกรถ ราคาไปทางไหนก็วิ่งตาม อีกฝั่งหนึ่งเข้าเพราะรู้ชัดว่า ตรงนี้คือโซนได้เปรียบของตัวเอง Risk/Reward คุ้ม และยอมรับผลลัพธ์ได้ถ้าเราเคยไล่ซื้อทุกแท่งเขียว เคยเห็นคนอื่นกำไรแล้วทนไม่ได้ เคยเข้าตามฟีลโดยไม่รู้จุดตัดขาดทุน แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแบบ “แมงเม่า / นักพนัน” อยู่เงียบ ๆแต่...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img