Wednesday, February 4, 2026
29.1 C
Bangkok

รู้จักสเตเบิลคอยน์ เหรียญคริปโตที่มั่นคงในโลกผันผวน

สวัสดีครับ วันนี้ผมอยากพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเหรียญ Stablecoin หรือที่เรียกกันว่า “สเตเบิลคอยน์” ในวงการคริปโตเคอร์เรนซีครับ แน่นอนว่าชื่อก็บ่งบอกชัดเจนว่า “Stable” แปลว่าคงที่ หรือมั่นคง แต่จะคงที่อย่างไร ทำไมถึงกลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่นักลงทุนไทยหลายคนไม่ควรพลาดในยุคที่ตลาดคริปโตค่อนข้างผันผวนอย่างมาก มาติดตามกันครับ

ก่อนอื่นผมขอเริ่มที่นิยามง่าย ๆ Stablecoin คือ สกุลเงินดิจิทัลชนิดหนึ่งที่ถูกออกแบบมาให้มีมูลค่าคงที่ หรือราคาค่อนข้างเสถียรเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ที่เป็นฐานอ้างอิง เช่น เงินดอลลาร์สหรัฐ ทองคำ หรือสินทรัพย์อื่น ๆ ซึ่งต่างกับเหรียญคริปโตตัวอื่น ๆ ที่รู้กันดีว่าราคามีความผันผวนสูงมาก เช่น Bitcoin หรือ Ethereum ครับ

ทำไม Stablecoin ถึงออกแบบให้มูลค่าคงที่? เหตุผลหลักคือเพื่อแก้ปัญหาความผันผวนของราคาในตลาดคริปโตที่อาจทำให้นักลงทุนสูญเสียเงินจำนวนมากหากไม่เข้าใจหรือเตรียมตัวมาอย่างดี Stablecoin จึงเปรียบเสมือน “หมอนรองรับ” ที่คอยลดความเสี่ยงจากความผันผวนนี้ได้ดีทีเดียว

มาดูกันว่า Stablecoin มีชนิดใดบ้าง และแต่ละแบบทำงานอย่างไร

1. Fiat-collateralized Stablecoin (เหรียญที่มีเงินเฟียตค้ำประกัน) คือ เหรียญที่ถูกค้ำประกันด้วยเงินเฟียต เช่น ดอลลาร์สหรัฐ หรือยูโร ผู้สร้างเหรียญจะต้องเก็บเงินสดหรือเงินฝากไว้เป็นหลักประกันในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 กับจำนวนเหรียญที่ออกมา เช่น USDT หรือ USDC ซึ่งเป็นตัวอย่างที่คนไทยคุ้นเคยดี ตัวอย่างนี้มีความน่าเชื่อถือสูง เนื่องจากมีการตรวจสอบและเก็บสำรองเงินสดไว้อย่างโปร่งใส

2. Commodity-collateralized Stablecoin (เหรียญค้ำประกันด้วยสินค้าโภคภัณฑ์) คือ เหรียญที่ได้รับการค้ำประกันด้วยสินทรัพย์เช่นทองคำ น้ำมัน หรือโลหะมีค่าอื่น ๆ เพื่อรักษามูลค่าของเหรียญ ตัวอย่างเช่น Digix Gold (DGX) ที่ผูกมูลค่าของเหรียญกับทองคำจริง ๆ การใช้สินทรัพย์ค้ำประกันนี้ทำให้เหรียญมีความมั่นคงและเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง

3. Crypto-collateralized Stablecoin (เหรียญที่ค้ำประกันด้วยสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ) เหรียญกลุ่มนี้จะถูกปกป้องด้วยสกุลเงินดิจิทัลอื่น เช่น Ethereum หรือ Bitcoin ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ DAI ของ MakerDAO ที่ใช้ Ethereum เป็นหลักประกัน ซึ่งมีความยืดหยุ่นและโปร่งใสในการตรวจสอบมากขึ้น แต่ก็มีความซับซ้อนในการจัดการระบบมากกว่าประเภทอื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม ยังมีการพัฒนาเหรียญ Stablecoin ประเภทอื่น ๆ เช่น Non-collateralized Stablecoin ที่ไม่ได้มีสินทรัพย์รองรับโดยตรง แต่ใช้กลไกอัลกอริทึมเพื่อรักษาราคานิ่ง ซึ่งยังเป็นเรื่องใหม่และมีความเสี่ยงสูงกว่าประเภทที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน

ทีนี้มาดูบทบาทของ Stablecoin ในโลกคริปโตเคอร์เรนซี รวมถึงตลาดคริปโตในไทยกันบ้างดีกว่าครับ

– เสริมสภาพคล่อง: Stablecoin ทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซีได้อย่างรวดเร็วและไม่ต้องกังวลกับราคาผันผวนแบบต่อต่อ
– เครื่องมือสำรองความมั่นคง: หลายครั้งที่ตลาดคริปโตมีความผันผวนสูง นักลงทุนจะเลือกเก็บ Stablecoin แทนการถือครองเหรียญผันผวนเพื่อรักษามูลค่าทรัพย์สินของตน
– เป็นสะพานเชื่อม: สำหรับนักลงทุนไทยที่อยากซื้อหรือขายคริปโตโดยใช้เงินบาท Stablecoin เช่น USDT ช่วยให้สามารถเคลื่อนย้ายมูลค่าได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาธนาคารหรือระบบการเงินแบบดั้งเดิมที่มีข้อจำกัด
– เครื่องมือการชำระเงินและรายรับ: บางธุรกิจในไทยเริ่มยอมรับ Stablecoin เป็นวิธีการชำระเงิน ช่วยให้การรับเงินดิจิทัลเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพ

สำหรับนักลงทุนไทยแล้ว Stablecoin จึงเปรียบเหมือน “เครื่องมืออเนกประสงค์” ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดคริปโต เพิ่มความคล่องตัวในการซื้อขาย และยังช่วยให้สามารถเข้าถึงตลาดคริปโตได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรเลือกใช้ Stablecoin ที่มีความน่าเชื่อถือสูง และตรวจสอบข้อมูลการสำรองสินทรัพย์อย่างละเอียด เช่น USDT และ USDC เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการที่เหรียญไม่ได้รับการค้ำประกันจริง หรือได้รับการจัดการที่ไม่โปร่งใส

สรุปแล้ว Stablecoin เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่สำคัญในโลกคริปโตเคอร์เรนซี ช่วยสร้างความมั่นคงและความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในตลาดที่มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ตลาดคริปโตกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ Stablecoin จะช่วยให้นักลงทุนสามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดและปลอดภัยขึ้นในการลงทุนคริปโตของตนเอง

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้กับทุกคนในการทำความเข้าใจ Stablecoin นะครับ!

คำชี้แจง

เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้สร้างขึ้นโดย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากระบบ AI ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและงานวิจัยล่าสุดแบบ Real-time อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในการทำความเข้าใจข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะถูกสร้างโดยมนุษย์หรือ AI ก็ตาม

ทีมงาน NowTrd.com มุ่งมั่นที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือเพื่อมอบข้อมูลที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้อ่านทุกท่านอย่างมีความรับผิดชอบต่อความถูกต้อง หากพบข้อผิดพลาดหรือจุดบกพร่องใดๆ โปรดแจ้งให้เราทราบที่ [email protected] เพื่อร่วมพัฒนาเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ

Hot this week

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

Topics

สูตรเทรดให้รอด: Define Risk → Size → Execute → Evaluate

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่โฟกัส “เข้าให้แม่น” แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือ “คุม Risk ให้เป็นระบบ”เข้าแม่นแค่ไหนก็พังได้ ถ้าล็อตพาไปพัง เข้าไม่แม่นมากก็อยู่รอดได้ ถ้าผิดแล้วไม่ตายโดยเฉพาะ XAUUSD ที่สวิงแรง...

ช่วงที่อันตรายที่สุดของเทรดเดอร์… คือหลัง “ชนะติดกัน”

คนส่วนใหญ่คิดว่าช่วงอันตรายคือ “แพ้ติดกัน” แต่ความจริง… ช่วงที่พอร์ตพังง่ายที่สุดคือหลัง “ชนะติดกัน”เพราะตอนแพ้ เรามักระวัง แต่ตอนชนะ เรามักห้าวแบบไม่รู้ตัวห้าวด้วยการเพิ่มล็อต ห้าวด้วยการเข้าไม้เร็วขึ้น ห้าวด้วยการเทรดถี่ขึ้น ห้าวด้วยการเชื่อว่า “วันนี้เอาอยู่”นี่คือกับดักที่ชื่อ Overconfidence Bias ความมั่นใจเกินเหตุหลังชนะติดกันและใน...

ไส้ยาวไม่ได้แปลว่ากลับตัว… มันอาจเป็นแค่การกวาด SL

เห็นแท่งไส้ยาวปุ๊บ แล้วรีบสวนทันที นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เทรดเดอร์ทองมือใหม่โดน “ลาก” ซ้ำ ๆเพราะใน XAUUSD แท่งไส้ยาวไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า “กลับตัว” เสมอไป หลายครั้งมันมีไว้เพื่อ...

ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึก เทรดเดอร์ที่เก่งก็พังได้

พอร์ตส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะเข้าไม้ไม่เป็น พังตอน “เพิ่มล็อต”และที่โหดคือ… คนที่พังจากการเพิ่มล็อต ไม่ได้เป็นมือใหม่อย่างเดียว เทรดเดอร์ที่ “เก่ง” ก็พังได้เหมือนกัน ถ้ายังเพิ่มไม้ตามความรู้สึกเพราะความเก่งทำให้เรามั่นใจ และความมั่นใจนี่แหละ ที่กลายเป็นกับดักชื่อดังในจิตวิทยา: Confidence Biasบทความนี้จะพาแยกให้ชัดว่า เพิ่มไม้เมื่อมั่นใจ...

พอร์ตพังไม่ใช่เพราะแพ้… แต่เพราะ “อยากชนะเกินไป”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะ “แพ้ครั้งเดียว” พังเพราะ “แพ้แล้วไม่ยอมแพ้”มันเริ่มจากความคิดที่ดูเหมือนมีไฟ: วันนี้ต้องกลับมาเป็นบวก ไม้หน้าต้องเอาคืน สัปดาห์นี้ต้องชนะให้ได้ฟังดูเหมือนนักสู้ แต่ในตลาด… นี่คือสูตรพอร์ตแตกแบบคลาสสิก เพราะตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับ “คนอยากชนะ” ตลาดให้รางวัลกับ “คนไม่ตาย”บทความนี้คือการแยกให้ชัดว่า Win Obsession (หมกมุ่นกับชัยชนะ) ต่างจาก Survival...

PMI/ISM อ่านอย่างไร คู่มืออ่านดัชนีผู้จัดการจัดซื้อสำหรับเทรดเดอร์

PMI/ISM ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ที่โผล่ในปฏิทินเศรษฐกิจเดือนละครั้ง แต่คือเสียงจากผู้จัดการจัดซื้อที่อยู่หน้าโรงงานและออฟฟิศจริงๆ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่า PMI คืออะไร ISM ต่างจาก PMI เจ้าอื่นอย่างไร กลไก 50 จุดแปลว่าอะไร รวมถึงวิธีอ่าน PMI/ISM แบบทีละขั้นสำหรับเทรดเดอร์ทองและ Forex ที่ต้องการมองเกมเศรษฐกิจให้ขาดกว่าเดิม

ลูปจัดการอารมณ์ที่กั้นระหว่างเทรดเดอร์รอดกับพอร์ตพัง

ส่วนใหญ่พอร์ตไม่ได้พังเพราะกราฟ แต่พังเพราะเทรดเดอร์ไม่เคยรู้เลยว่า ช่วงไหน “ระบบคุมมือ” ช่วงไหน “อารมณ์คุมมือ”ไม้ที่เข้าเพราะ FOMO ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม้ปกติ แค่เห็นกราฟวิ่ง เห็นคนอื่นโชว์กำไร ก็รีบกดโดยไม่ทันเช็ก RR...

หลายครั้งไม่ได้แพ้ที่ “ทิศทางราคา” แต่แพ้ที่ “เหตุผลในการเข้าไม้”

ฝั่งหนึ่งเข้าเพราะกลัวตกรถ ราคาไปทางไหนก็วิ่งตาม อีกฝั่งหนึ่งเข้าเพราะรู้ชัดว่า ตรงนี้คือโซนได้เปรียบของตัวเอง Risk/Reward คุ้ม และยอมรับผลลัพธ์ได้ถ้าเราเคยไล่ซื้อทุกแท่งเขียว เคยเห็นคนอื่นกำไรแล้วทนไม่ได้ เคยเข้าตามฟีลโดยไม่รู้จุดตัดขาดทุน แปลว่าเรากำลังเล่นเกมแบบ “แมงเม่า / นักพนัน” อยู่เงียบ ๆแต่...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img